ทริปเปลี่ยนที่นอน ไประยองพัก “หินสวยน้ำใส รีสอร์ท”

แฟนกำลังถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น
แฟนกำลังถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น
ที่ต้องเรียกว่าทริปเปลี่ยนที่นอน ก็เพราะว่า แผนการเดินทางค่อนข้างล่าช้า และไม่ได้มีเป้าหมายที่แน่นอนในการไปครั้งนี้ สาเหตุก็สืบเนื่องมาจากญาติได้มีการจอง “หินสวยน้ำใส รีสอร์ท” ไว้ล่วงหน้าแล้ว ทริปนี้ แม้จะเป็นการเปลี่ยนที่พัก ไปพักผ่อนริมชายทะเล แต่ก็ไม่ได้เตรียมตัวสำหรับจุดที่จะไปแวะเที่ยวแต่อย่างใด ก็เลยเก็บภาพมาได้นิดๆ หน่อยๆ เล็กๆ น้อยๆ มาให้ชมกัน

มุมหนึ่งในห้องพัก
มุมหนึ่งในห้องพัก

แม้ว่า “หินสวยน้ำใส รีสอร์ท” จะดูแล้วโทรมไปสักหน่อยในความรู้สึก แต่ด้วยความจริงใจ ในการให้บริการของพนักงาน ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็นมิตร สบายๆ แม้จะอยู่นอนพักเพียงแค่คืนเดียวก็ตาม ความประทับใจนั้น แม้ว่าจะไม่ได้เห็นภาพสวยๆ ของสถาปัตยกรรม ที่แสนจะอลังการ เหมือนกับหลายๆ ที่ก็ตาม เราจะไม่มองข้ามไป เพื่อหาวิวสวยๆ สบายๆ รอบๆ รีสอร์ทเลยเชียวหรือ หากมัวแต่ยึดติดกับตัวอาคารสถานที่ แล้วจะได้ผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่สะสมมาจากกรุงเทพหรือ ลองมองไปรอบๆ สิ สิ่งสวยงาม ก็อยู่รอบๆ นั่นแหละ อยู่ที่ว่า เราจะเลือกดู เลือกชม อะไรเท่านั้นเอง

สระว่ายน้ำ มองได้ไกลสุดตา
สระว่ายน้ำ มองได้ไกลสุดตา

ในวันที่ไป ถึงสถานที่พักก็บ่ายสาม บ่ายสี่แล้ว ยังไม่รู้จะทำอะไรกันดี เนื่องจากความร้อนอบอ้าวที่ได้รับ แม้จะอยู่ริมทะเลก็เถอะ ก็เลยคิดกันว่า จะพาหลานไปว่ายน้ำเล่น แต่เมื่อไปถึงริมสระ ก็เกิดเปลี่ยนใจกัน รอให้เย็นอีกสักหน่อย เนื่องจาก พ่อของหลานเค้ากลัวว่าลูกจะผิวคล้ำหมองเกินไป ก็เลยได้นั่งเล่นริมสระน้ำกัน สระน้ำที่นี่ วิวดีไม่น้อย มองออกไปเห็นภูเขา อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เรียกว่า ว่ายน้ำกันไปแบบ สบายตา สบายใจ ทีเดียว

หาดด้านล่างของรีสอร์ท
หาดด้านล่างของรีสอร์ท

นั่งเล่นได้สักพัก ก็รู้สึกอยากจะเดินลงไปสัมผัสกับชาดหาดด้านล่างของรีสอร์ท ที่ได้มองที่ได้เล็งเอาไว้ ตั้งแต่ตอนมาถึงรีสอร์ท ว่าแล้วก็ชวนศรีภรรยา ออกตัวลงเดิน ไต่ไปตามขั้นบันได อย่างช้าๆ ลงสู่ชายหาดเบื้องล่าง ก่อนจะได้คว้ากล้องเก็บภาพสวยๆ ในช่วงเวลาสบายๆ กลับมาบ้านด้วย ชายหาดที่นี่ ไม่พบ ไม่เห็นใครลงมาเล่นน้ำกันเลย ผิดกับสระน้ำทางด้านบน ที่ยังเห็นมีคนว่ายน้ำเล่นกันอยู่บ้าง เลยออกไปจากบริเวณของรีสอร์ทนั้น จะพบมีบ้านของชาวบ้านอยู่ริมหาดไม่กี่หลัง มองดูก็รู้ได้ว่า เป็นบ้านชาวประมงแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่า ตกกุ้ง ตกหมึก หรือตกปลากันแน่ แต่ที่แน่ๆ ถ่ายภาพมา ก็ดูสวยดี

เรือประมง กับบ้านพัก
เรือประมง กับบ้านพัก

เดินกลับขึ้นไปยังที่พัก รู้สึกได้ว่า เดินลงมาได้ไงกันนี่ สูงเชียว แต่เมื่อเดินลงมาแล้ว ก็ต้องเดินกลับขึ้นไปเอง เพราะถ้าจะหาลูกหาบแถวๆ นี้คงไม่มีแน่นอน ขึ้นไปถึง ก็ไปนั่งเล่นแบบหมดแรงอยู่แถวๆ สระว่ายน้ำเหมือนเดิม ก่อนจะเดินกลับห้อง เตรียมตัวรับประทานอาหาร ที่น้องแฟน ไปซื้อมาจากข้างนอก มากินกันเย็นๆ ในห้องพัก

สดใสในเช้าวันใหม่
สดใสในเช้าวันใหม่

เช้าวันใหม่รีบตื่นแต่เช้า ขึ้นไปชั้นบนๆ ของอาหาร ซึ่งเป็นชั้นของห้องอาหารพอดี ไม่ใช่รีบขึ้นเพราะหิว แต่รีบขึ้นไปเพื่อเก็บภาพโดยรอบ ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นต่างหาก บรรยากาศตอนเช้าๆ แบบนี้ เย็นๆ สบายๆ ถ่ายภาพกันได้เพลินๆ สวยงามดี อยากไปถ่ายพระอาทิตย์จากหาดอยู่เหมือนกัน แต่กว่าจะลงไปถึงหาด แล้วขึ้นมาใหม่ก็คงไม่ไหว ยืนถ่ายภาพอยู่บนนี้แหละดีแล้ว เก็บบรรยากาศโดยรอบ ตั้งแต่พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบทะเลมานิดๆ จนกระทั่งกลายเป็นไข่แดงนั่นแหละ ถ่ายภาพเสร็จก็หันกลับมาเจี๊ยะต่อได้เลย ไม่ต้องเดินไปไหนไกลๆ ก็ได้แอบถ่ายอาหารกลับมาให้ดูกันเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้

ประภาคาร ตั้งเด่นเป็นสง่า
ประภาคาร ตั้งเด่นเป็นสง่า

สายๆหน่อยเดินทางต่ออีกหน่อยไปโผล่แหลมเจริญโน่น เวลาเกือบๆ สิบเอ็ดโมงแล้วมั้ง บรรยากาศโดยรอบก็ดูสดใสดี ถ่ายภาพเรือประมงที่วิ่งกลับเข้ามาทางปากน้ำอยู่เพลินๆ มองออกไปที่ทะเล อ้าว ทำไมฟ้ามันมืดๆ ดำๆ เช่นนั้น ดูท่าจะเป็นฝน สักพักใหญ่ๆ ไม่ทันไร ลมเย็นๆ เริ่มมา บรรยากาศเริ่มเปลี่ยน แต่ก็ยังดื้อดึงถ่ายภาพต่อ จนกระทั่งเม็ดฝนเริ่มแป๊ะๆ ลงมานั่นแหละ ถึงได้รีบวิ่งแจ้นกลับไปที่รถ ดีที่ฝนค่อยๆ มา ไม่งั้นคงจะได้เปียกปอนกันไปทั้งคน ทั้งกล้อง อดได้ภาพกลับบ้านแน่ๆ หลังจากมุดเข้าไปอยู่ในรถได้ ก็ถือว่าปลอดภัยแล้ว จึงขับรถออกไปเก็บภาพเม็ดฝน กับประภาคารอีกสักหน่อยก่อนจะวกรถกลับ เตรียมเข้ากรุงเทพ เป็นอันจบทริปสั้นๆ แบบไม่วางแผนเที่ยวไว้ข้างหลังต่อไป