เกาะพิทักษ์โฮมสเตย์ อากาศดี นอนสบาย อาหารอร่อย และวิวสวย

ท่าเรือข้ามไปเกาะพิทักษ์ กับเรือหาปลา
ท่าเรือข้ามไปเกาะพิทักษ์ กับเรือหาปลา
เกาะพิทัพษ์ หรือชื่อเก่า “เกาะผีทัก” เป็นเกาะเล็กๆ ในจังหวัดชุมพร ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงไม่กี่ครอบครัว เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะคือภูเขามีเพียงชายหาดขนาดเล็กๆ ที่พอจะลงเสาสร้างบ้านขึ้นมาได้ และบ้านเหล่านี้ก็เปิดให้บริการเป็น Home stay กันอย่างต่อเนื่องมาได้สักพักนึงแล้ว แต่ผู้คนก็เดินทางมาเที่ยวที่นี่กันอย่างไม่ขาดสาย ขนาดช่วงที่ไปนั้นเป็นช่วงปลายกุมภาพันธ์ แต่เจ้าของบ้านหลายหลังก็พูดให้ฟังว่า มีการจองที่พักยาวไปถึงเดือนเมษายนกันแล้วทีเดียว ซึ่งก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยากนักเนื่องจาก เกาะพิทักษ์ ชุมพร แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่มีการพูดถึงกันมากใน Internet ซึ่งผมเองก็ได้รับทราบข่าวคราวสถานที่เที่ยวมาจาก internet ด้วยเหมือนกัน

จริงอยู่ว่าที่เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพรนี้ เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ แต่การไปเที่ยวนั้น ก็ต้องระลึกเสมอว่าที่แห่งนี้เป็น “Home stay” หรือ “โฮมสเตย์” ซึ่ง เราไปในฐานะ เป็นผู้อาศัยที่พึ่งพาอาศัยกันกับชาวบ้าน “Home stay” ไม่ใช่โรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมตามแต่เราต้องการ หรือ มีจำนวนดาว คอยแบ่งแยกตามแต่ความน่าอยู่น่าพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ที่แห่งนี้ เป็นที่อยู่ของชาวบ้านที่เราไปขออาศัยแทรกตัว กลมกลืนไปกับชาวบ้าน เพื่อจะได้มองเห็นธรรมชาติ มองเห็นชีวิตของชาวบ้าน ชีวิตของทะเล ชีวิตของป่าเขา ในแบบที่เค้าเป็นอยู่ เปิดตาให้กว้างครับ แล้วเข้าไปสัมผัสกับชีวิตอีกแบบที่ชาวเมืองไม่ค่อยจะได้สัมผัสกัน “ความเอื้อเฟื้อ และอัธยาศัยของชาวบ้าน” ไงครับ บนเกาะพิทักษ์ ณ ชุมพรแห่งนี้ พร้อมสำหรับทุกคนที่ชอบการเที่ยวลักษณะ โฮมสเตย์แบบนี้

ประตูทางเช้าชุมชนบนเกาะพิทักษ์นี้ ถ่ายในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเนื่องจากตอนไปถึงมืดแล้ว ถ่ายลำบาก

ประตูทางเข้าชุมชนเกาะพิทักษ์
ประตูทางเข้าชุมชนเกาะพิทักษ์

ในวันที่เดินทางไปยังเกาะพิทักษ์ ชุมพรนั้น ไปนั้น เป็นเวลาเย็นมากแล้ว ยังคงมีคนรอข้ามไปยังเกาะพิทักษ์อยู่มากพอสมควร ก็คงต้องค่อยๆ รอคิวเดินทางข้ามไปยังเกาะกัน เนื่องจากเรือที่ข้ามไปยังเกาะพิทักษ์นั้น มีเรืออยู่เพียงลำเดียวที่คอยไปรับ และไปส่งนักท่องเที่ยว อย่างไม่ขาดระยะ แต่ก็ถือเป็นโชคดีอยู่บ้างที่ในขณะที่รอ ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวบรรยากาศ ขณะที่พระอาทิตย์กำลังตกอยู่ในบริเวณท่าเรือข้ามฝาก ได้บรรยากาศงามๆ แสงสวยๆ เก็บกลับมาพร้อมกับความทรงจำดีๆ ในการท่องเที่ยวครั้งนี้ได้

สะพานนี้ทอดยาวยื่นลงไปในทะเล เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว พานักท่องเที่ยวเดินทางไปพักผ่อนบนเกาะพิทักษ์

สะพานท่าเรือ ในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตก สะพานกลายเป็นสีทองในทันที
สะพานท่าเรือ ในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตก สะพานกลายเป็นสีทองในทันที

หลังจากรอจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ก็ถึงเวลาการเดินทางข้ามไปยังเกาะพิทักษ์ของเราบ้าง ระยะทางก็ไม่ไกลนักประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น ชาวบ้านพูดว่า นี่ถ้าหน้าร้อน ช่วงเมษาล่ะก็ เดินข้ามไปเกาะกันได้เลยไม่ต้องพึ่งเรือ เพราะสันทรายจะโหล่ขึ้นมาได้เดินได้โดยง่ายทีเดียว นั่งกันไปเพลินๆ ไม่ทันไร ก็ถึงท่าเรือบนเกาะแล้ว มองขึ้นไปที่ท่าเรือ ก็ต้องตกใจพอสมควร ไม่คิดว่าบนท่าเรือจะมีคนมารอต้อนรับเรามากมายขนาดนี้ เป็นปลื้มจริงๆ แต่เปล่าหรอกครับ ขอเฉลยก่อนที่จะเข้าใจอะไรผิดๆ กันไปเลยเถิด ผู้คนที่เห็นเยอะๆแยะๆ บนท่าเรือนั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักตกปลามือฉมังกันทั้งนั้น ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าบนสะพานท่าเรือของเกาะพิทักษ์ เกาะเล็กๆ แห่งนี้ จะมีผู้คนมาตกปลามากมายขนาดนี้ คิดเอาเองว่าถ้าแถวๆนี้ไม่ค่อยมีปลา ก็คงจะไม่มีคนมายืนตกปลาในเวลาค่ำคืนแบบนี้ จำนวนมากขนาดนี้เป็นแน่

ระหว่างการนั่งรอคอย การเดินทางข้ามไปยังเกาะ บรรยากาศสวยๆ ดีๆ จะอยู่เฉยทำไม

ระหว่างรอเรือข้ามไปยังเกาะพิทักษ์
ระหว่างรอเรือข้ามไปยังเกาะพิทักษ์
สะพานไต่ลงเรือนี้ ถ่ายในช่วงเวลาระหว่างที่รอเรือ แสงกำลังดีเลยทีเดียว

บรรไดเพื่อการไต่ขึ้น หรือไต่ลงเรือ บริเวณท่าเรือ
บรรไดเพื่อการไต่ขึ้น หรือไต่ลงเรือ บริเวณท่าเรือ

จากท่าเรือ เราก็ไปถึงบ้านพักที่ได้จองเอาไว้อย่างไม่ยากเย็น เนื่องจากมีคนมายืนรอรับแล้วเดินไปส่งถึงหน้าบ้านพัก นัยว่าเพื่อป้องกันคนกรุงหลงเกาะนั่นแล ที่บ้านพักนั้นก็เต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรี ที่พร้อมต้อนรับเราอย่างเต็มใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นจนได้ ไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่เนื่องในวันที่เราไปนั้นปรากฏว่า ไปชนกับอีกทีมหนึ่งพอดิบพอดีซึ่งจำนวนคนเยอะกว่าเราพอสมควร จึงไม่มีพื้นที่ชานเรือนเพื่อนอนกางมุ้ง เหลือเผื่อให้กับเรา เป็นอันหมดโอกาสที่จะได้เลือก ต้องเข้าไปนอนในห้องที่จัดเตรียมไว้ให้เราแล้วล่วงหน้า แต่เจ้าของบ้านใจดี ก็พยายามไต่ถามถึงความสมัครใจ แกมขอร้อง ก็เลยตกลงไปตามนั้น เลยอดที่จะสัมผัสกับไอทะเลเย็นๆ ยามค่ำคืนไปอย่างน่าเสียดาย

หามุมที่จะไม่ทำให้ใครๆ ตื่นนอน ได้เพียงแค่มุมเดียว ต้องการให้เห็นว่า นอนกันตรงระเบียงนั่นแหละ ที่พักของนักท่องเที่ยว

พระจันทร์ยังไม่นอน และนักท่องเที่ยวยังไม่ตื่น
พระจันทร์ยังไม่นอน และนักท่องเที่ยวยังไม่ตื่น

เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นแต่เช้า เพื่อสัมผัสบรรยากาศเย็นๆ ยามเช้าบนเกาะพิทักษ์ ชุมพร แห่งนี้ ก่อนจะออกไปกินกาแฟร้อนๆ ที่หน้าบ้าน บรรยากาศขนะนั้นพระอาทิตย์ยังไม่มาเยือน แต่มองห็นพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ไกลออกไป ก็ทำให้ต้องหมุนตัวมองหาจุดเหมาะเจาะแก่การตั้งกล้อง ตั้งตัวถ่ายภาพ โดยไม่ให้รบกวนผู้ที่ยังนอนไม่ตื่น ขึ้นมาบ่นโวยวาย ว่าปลุกให้เค้าตื่น หมุนไปหมุนมา ก็ไปพบจุดเหมาะเจาะ ที่จะแทรกตัวลงไปเพื่อตั้งกล้องถ่ายภาพได้ แม้จะหาได้เพียงมุมเดียวที่ไม่กระทบกระเทือนกับผู้ที่ยังนอนหลับอยู่ก็ตาม ได้ภาพกลับมาเพียงใบเดียวก็ดีใจแล้วครับ

พระอาทิตย์กำลังขึ้น กับโขดหินสวยๆ ก็ออกมาเป็นรูปแบบนี้

พระอาทิตย์กำลังขึ้น แต่ไม่แรงมากพอจะย้อนแสงได้อยู่
พระอาทิตย์กำลังขึ้น แต่ไม่แรงมากพอจะย้อนแสงได้อยู่

หลังรับประทานกาแฟ โอวัลตินรองท้องตอนเช้าๆ แบบนี้แล้ว ก็เริ่มต้นภาระกิจ สำรวจรอบเกาะพิทักษ์ โฮมสเตย์นี้กันได้ ช่วงเดินสำรวจนั้น เราเลือกที่จะเดินไปทางขวามือก่อน (ขวามือเมื่อเดินขึ้นมาจากท่าเรือ) ซึ่งถ้าเริ่มเดินไปทางซ้ายมือ ก็จะเป็นการปีนขึ้นสู่ยอดเขา แล้วอ้อมไปลงอีกฝากหนึ่งของเกาะ แต่การที่เราเลือกเดินไปทางซ้ายก่อน ก็ได้ทำให้เรามีโอกาสได้ถ่ายภาพพระอาทิตย์กำลังขึ้น ไม่สิ พระอาทิตย์ขึ้นนำหน้าเราไปแล้วต่างหาก แต่ก็ยังไม่สูงเกินกว่าจะเก็บภาพสวยๆ กลับมาได้ ทั้งนี้เพราะยังพอจะส่องกล้องย้อนแสงกันตรงๆ เพื่อเก็บบรรยากาศยามเช้าๆ กันได้

ต้นไม้ โขดหิน ทะเล และท้องฟ้าสวยๆ ออกมาเป็นภาพสวยๆ อีกหนึ่งใบ

มุมสวยๆ อีกมุมหนึ่ง
มุมสวยๆ อีกมุมหนึ่ง

บางช่วงของเส้นทางเดินรอบเกาะพิทักษ์ ก็ดูเหมือนจะผ่านพายุใหญ่ๆ มาพอสมควรเนื่องจากมีต้นไม้ล้มขวางทางอยู่ในบางช่วง แต่ก็เป็นเพียงต้นไม้ขนาดเล็ก อีกทั้งยังทำให้แน่ใจได้อีกว่า ไม่ค่อยจะมีชาวบ้านคนใดเดินเล่นรอบๆ เกาะกันแน่ๆ เพราะสถาพเหมือนไม่ค่อยจะมีใครเดิน แถมยังมีอีกเส้นทางเดินหนึ่ง ที่ผ่ากลางเกาะไปอีกฝากหนึ่งได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินอ้อมๆ กันแบบพวกเรานักท่องเที่ยว ที่อยากรู้อยากเห็น อยากสัมผัสบรรยากาศรอบเกาะพิทักษ์แห่งนี้ ในแบบนี้

ต้นไม้ใหญ่ ติดกับชายหาดที่สามารถลงไปเล่นน้ำได้

บริเวณหาด ขณะกำลังเช้าๆ
บริเวณหาด ขณะกำลังเช้าๆ

เมื่อมาถึงอีกฝากหนึ่งของเกาะพิทักษ์ก็พบว่าเป็นหาดทราบตื้นๆ ที่สามารถจะลงไปเล่นน้ำกันได้แต่ไม่สามารถถ่ายภาพกลับมาให้ชมกันได้ เนื่องจากเป็นจังหวะเดียวกับที่สาวๆ นักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านท้องถิ่นก็ไม่ทราบ กำลังเดินลงไปเล่นน้ำ เดี๋ยวจะกายเป็นตากล้องไม่รู้จักกาละเทศะไป ก็ขอผ่านเดินเลี่ยงไปขึ้นเขาก็แล้วกันครับ ทางขึ้นนั้น หากขึ้นจากทางหาดแบบนี้บรรไดค่อนข้างจะชัน เดินแล้วเหนื่อยอยู่พอควร เดินไปพักไป ไม่รีบไม่เร่ง จนกระทั่งถึงยอดเขา ก็พบกับศาลา ทรงหกเหลี่ยมให้นั่งพัก หายเหนื่อยแล้วค่อยไปกันต่อ ทางเดินลงด้านนี้เดินได้ง่าย ไม่ลำบากแล้วเนื่องจากจังหวะก้าวแต่ละขั้นค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ต้องก้าวยาวๆ ไม่ชัน ไม่ต้องออกแรงเยอะๆ เหมือนทางที่เราเดินขึ้นมา

บันไดขึ้น หรือบันไดลงเขา ก็แล้วแต่เรา ขึ้นด้านหนึ่ง ไปลงอีกด้านหนึ่งก็ได้ ไม่ผิดกติกา

กำลังจะเดินลงด้วยความอ่อนแรง
กำลังจะเดินลงด้วยความอ่อนแรง

แล้วเราก็ได้เดินย้อนกลับมาถึงบ้านพักจนได้ เหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่ก็สนุกกับความสุขที่ได้รับจากธรรมชาติ เมื่อรับประทานอาหารเช้าที่เจ้าของบ้านได้เตรียมไว้ให้เราแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางเที่ยวกันอีกรอบหนึ่ง แต่เป็นการเดินทางสำรวจเพิ่อหาของฝากกลับบ้าน มีทั้งเสื้อ กางเกง สร้อย ที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นโปสการ์ด ที่ใครๆ ก็นึกถึง แต่ยังมีอีกอย่างหนึ่ง ถ้าพลาดก็น่าเสียดาย นั่นก็คือ อาหารแห้งประเภทปลาเค็ม , หมึกตากแห้ง ที่คนท้องถิ่นทำกัน ด้วยภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่ไม่เหมือนกันกับที่อื่นๆ นั่นคือ ชาวบ้านจะเอาปลาหมักไว้ในทรายจนได้ที่จึงนำขึ้นมา ซึ่งจะได้ปลาเค็มที่แห้งกำลังดี อีกทั้งยังสะอาดปราศจากแมลงวันตอมอย่างแน่นอน

ของฝากจากเกาะมีมากมาย เลือกซื้อเลือกหากันไปได้

กางเกงเล ของฝากจากเกาะพิทักษ์
กางเกงเล ของฝากจากเกาะพิทักษ์

มีพบก็ต้องมีจาก แล้วในที่สุดเวลาก่อนเที่ยง ก็เป็นเวลาที่เราต้องเดินทางจาก “เกาะพิทักษ์” หรือชื่อเดิมว่า “เกาะผีทัก” กันแล้ว ลุงคนเดิม ผู้ที่ได้มานำพาเราข้ามมายังเกาะ เป็นผู้รับหน้าที่พาเรากลับไปส่งบนฝั่งอีกครั้งหนึ่ง (ซึ่งการเดินทางโดยเรือ ทั้งขาไป และขากลับ ทางบ้านที่เราไปพักอาศัยด้วย เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ ซึ่งตรงนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตอนไปพัก แต่ละบ้านอาจจะแตกต่างกัน คงต้องสอบถามกันก่อน) ซึ่งเราได้จอดรถทิ้งเอาไว้ค้างคืนที่นั่น ก่อนจะก้าวลงเรือ ก็ได้ร่ำลาเจ้าของบ้านที่น่ารัก ที่เดินมาส่งพวกเราถึงท่าเรือ พร้อมกลับเชื้อเชิญให้กลับมาพัก มาเที่ยวที่เกาะพิทักษ์แห่งนี้กันอีกครั้งในครั้งต่อไป เรือค่อยๆ แล่นห่างเกาะมาเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการได้เก็บบันทึกภาพบางส่วน ด้วยกล้อง และความทรงจำ ในจังหวะสุดท้ายก่อนเรือจะแล่นไปถึงฝั่ง และเดินทางกลับสู่จุดหมายต่อไปในการเดินทางพักผ่อนรอบนี้

น้ำใสๆ มองเห็นพื้นกันได้ แต่ได้เวลากลับแล้ว ต้องลาไปก่อน

เรือลำนี้จะพาเรากลับฝั่ง
เรือลำนี้จะพาเรากลับฝั่ง

ภาพที่ถ่ายมาได้นั้นยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สามารถเข้าติดตามได้จากอัลบั้มภาพที่นี่ อัลบั้มภาพ เกาะพิทักษ์โฮมสเตย์

ภาพเล่าเรื่อง

ธรรมชาติสอน “รากไม้ใหญ่”

หลายๆ คนคงจะเคยปลูกต้นไม้ ดอกไม้กันมาบ้างแล้ว บ้างก็รอด บ้างก็ตาย ต้นไม้บางประเภท ก็ไม่ต้องการความดูแลเอาใจใส่มาก แต่บางประเภทนั้นต้องการความเอาใจใส่มาก และถ้าเราไม่เอาใจใส่ ต้นไม้ก็จะตายไปอย่างง่ายดาย ...

เดินทาง จาริกแสวงบุญ ที่ลาว และเวียดนาม

ช่วงสงกรานต์ ได้มีโอกาส ไปร่วมแสวงบุญ (จาริกแสวงบุญ) ในต่างประเทศ แต่ไม่ไกลหรอก ลาว กะเวียดนาม เพื่อนบ้านเราของเรานี่เอง การเดินทางทรหดเล็กน้อยด้วยว่า ...

บันทึกเที่ยว บันทึกภาพ

วันแม่พาแม่เที่ยว 2012 ต่อภาคห้า (เดินเลาะ ตลาดริมแม่น้ำ ตลาดปทุมธานี)

เมื่อพ้นจากวัดมะขามมาแล้ว หากจะเดินทางอีกไม่ไกลเกินไปนัก ก็จะถึงตัวเมืองปทุมธานี ซึ่งมีตลาดเก่าๆ ใหญ่ๆ ตั้งอยู่ที่นั่น ดังนั้นเมื่อกินก๋วยเตี๋ยวโบราณที่วัดมะขามเสร็จ ก็ขอแวะไปเดินย่อยอาหารกันต่อที่ตลาดอำเภอเมืองปทุมธานีแห่งนี้อีกหน่อย ที่ตลาดสดเมืองปทุมธานี เป็นตลาดริมน้ำ ...

เที่ยวชม บันทึกภาพ ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี จ.ฉะเชิงเทรา

ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี จ.ฉะเชิงเทรา เป็นตลาดเก่าแก่โบราณ ที่ใครอยากชอบเที่ยวชมสถานที่ และถ่ายภาพในแนวนี้ล่ะก็ ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจ ก่อนจะไปชมบรรยากาศ ก็ทำความรู้จักกับตลาดกันก่อน โดยการพึ่งพาพี่ ...