โต๊ะทำงานของพ่อ

โต๊ะทำงานของพ่อ
โต๊ะทำงานของพ่อ
โต๊ะทำงานของพ่อ ตัวแรกนั้น เท่าที่จำความได้ ตอนอยู่บ้านเดิมที่โชคชัย 4 พ่อมีโต๊ะทำงานที่สูงขนาดพอเหมาะ เป็นไม้เนื้อแข็ง ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นไม้อะไร รู้แต่ว่า ด้วยความซนแบบเด็ก ก็มักจะปีนขึ้นไปเล่นบนโต๊ะทำงานขอพ่อเสมอๆ ซึ่งก็แน่นอนว่า พ่อต้องคอยเก็บเอาสายไฟให้ห่างจากมือผมเช่นกัน บนโต๊ะทำงานนี้ พ่อใช้ซ่อมทีวี วิทยุ ให้กับลูกค้าที่แวะเวียนมาใช้บริการแบบขาดๆ หายๆ ก่อนที่พ่อจะผันตัว เริ่มต้นชีวิตในโรงงานผลิดไอซี อีกครึ้งหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้น ยังถือว่าเป็นของใหม่มากสำหรับ ตลาดอิเล็คโทรนิคส์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อะไรก็เปลี่ยนแปลงตามอย่างที่เราเห็นกัน

โต๊ะทำงานตัวที่สองของพ่อ ไม่ได้ถูกประกอบขึ้นเองเหมือนในอดีต โต๊ะตัวนั้น เป็นโต๊ะไม้สัก น่าจะเป็นปีกไม้สัก ลักษณะเป็นม้านั่งยาวเสียมากกว่า ที่พ่อซื้อให้ลูกๆ ของพ่อ ได้ใช้นั่งอ่านหนังสือ และทำการบ้านกัน ในช่วงวัยเด็ก เมื่อพวกเราโตขึ้น โต๊ะที่เหมือนม้านั่งยาวๆ ชุดนั้น ก็ไม่ได้ถูกใช้งานอีกต่อไป ทิ้งเอาไว้เฉยๆ อยู่มาวันนึง พ่อได้ ปากกาจับงานมาตัวหนึ่ง เพื่อช่วยให้พ่อทำงานซ่อมแซม อย่างที่พ่อต้องการได้ถนัดขึ้น พ่อก็จัดการเจาะโต๊ะตัวนั้นเสีย เพื่อยึดปากกาจับงานตัวนั้น ผมทักท้วงว่า เจาะแบบนี้ไม่น่าจะดี เผื่อถึงรุ่นหลาน จะได้ใช้ได้นะพ่อ แต่พ่อก็พูดว่า ไม่เห็นจะยากเลย ถึงเวลานั้น ก็แค่ถอดมันทิ้งไป ขัดสักนิด ทายูรีเทนเสียหน่อย ก็ใช้งานได้เหมือนเดิมแล้ว จะทิ้งมันไว้เฉยๆ ทำไม ซึ่งมันก็จริงตามที่พ่อว่า จะทิ้งมันไว้เฉยๆ ทำไม และตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา โต๊ะตัวนั้น ก็ได้กลายมาเป็นโต๊ะทำงานอีกตัวหนึ่งของพ่อ โต๊ะทำงานตัวนี้นั่งไม่ค่อยจะถนัดสักเท่าไหร่หรอก แต่พ่อก็ทนใช้มัน ด้วยความเสียดาย ที่จะทิ้งมันไว้เฉยๆ และความเสียดาย ที่ต้องไปหาซื้อโต๊ะทำงานมาใหม่ หรือซื้อไม้มาประกอบใหม่ ถ้าไม่ใช้โต๊ะที่มีอยู่

โต๊ะทำงานอีกตัวหนึ่ง น่าจะต้องเป็นโต๊ะเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ หรือทำงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร ภายในห้องนอนของพ่อ แต่พ่อ ก็เปลี่ยนมัน เป็นโต๊ะทำงาน แกะ ซ่อม เครื่องใช้ไฟฟ้าของพ่อได้อีก ที่หนึ่งเหมือนกัน เวลาจะทำงานเอกสารสักที ก็ต้องโยกเอาของบนโต๊ะไปฝากไว้ที่อื่นก่อน หลังจากจัดการงานเอกสารเสร็จ ค่อยย้ายมันกลับขึ้นมาบนโต๊ะ เป็นเช่นนี้ประจำ

จำได้ว่า เคยพบกับเพื่อนร่วมงานของพ่อ เล่าให้ฟังว่า โต๊ะทำงานของพ่อ ที่บริษัทนั้น ห้ามใครจัดให้เด็ดขาด เพราะพ่อจะหาของไม่เจอ ถ้ามีใครเคลื่อนย้ายอะไรออกไป พ่อไม่ใช้ผู้บริหารในแบบนั่งโต๊ะทำงานแบบใครๆเขา แต่พ่อจะเป็นผู้บริหารในแบบของพ่อ พ่อใกล้ชิดกับลูกน้องของพ่อทุกคน รู้หมดว่าใครนิสัยเป็นอย่างไร พ่อจะคอยเข้าไปช่วยเหลือ ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ถึงที่ ส่วนงานเอกสารนั้น พ่อมักจะมอบหมายให้กับผู้อื่นจัดการให้ตามที่พ่อได้วางแผนเอาไว้

โต๊ะทำงานของพ่อ
โต๊ะทำงานของพ่อ
โต๊ะทำงานอีกตัวของพ่อ พ่อได้ใช้มันในช่วงที่พ่อเกษียณอายุแล้ว โตะตัวนั้น เป็นไม้เก่า ผสมไม้ใหม่ เป็นล้อเกวียนดัดแปลง ทีแรกจะนำไปตั้งไว้ในสนามหญ้า แต่ปรากฏว่า เกิดความเสียดาย เกรงว่ามันจะผุ จึงตั้งวางไว้ภายใต้ชายคาบ้าน จึงกลายมาเป็นโต๊ะทำงานอีกตัวของพ่อ โต๊ะตัวนี้ พ่อสามารถนั่งทำงานได้อย่างสบาย ไม่ต้องกัมตัวลงเหมือนกับโต๊ะตัวก่อนหน้านี้ ที่เป็นโต๊ะเขียนหนังสือของพวกเราตอนเด็กๆ และที่โต๊ะตัวนี้ พ่อยังซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายอย่าง รวมถึงผลงานชิ้นที่พ่อภาคภูมิใจมาก ก็คือ สามารถแก้ไข ดัดแปลง ให้รถยนต์ฟอร์ดเอเวอร์เรส ที่พ่อใช้งานประจำ ประหยัดน้ำมันได้เพิ่มขึ้น จากฝีมือของพ่อเอง จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่นำรถเข้าไปอู่ซ่อมรถ ไม่ใช่ศูนย์รถฟอร์ด และการนำรถเข้าไปครั้งนั้น ก็ทำให้ช่างหยุดการทำงานกันทั้งอู่ เข้ามาจับตาพูดคุยกันได้ถึงความสามารถที่พ่อได้ฝากไว้ก่อนที่พ่อจะเสีย บางคนถึงกับพูดด้วยภาษาที่เป็นกันเองว่า นี่ถ้าเป็นฝีมือตรูนี่ ฝาเสื้อสูงเยินไปแล้ว คนที่ทำต้องเป็นคนที่รู้เรื่องเครื่องเป็นอย่างดีนะ แบบนี้จับเอามาเป็นต้นแบบได้เลย ถ้าพ่อผมรู้ก็คงจะดีใจไม่ใช่น้อย พ่อครับ ผมคิดว่า พ่อคงจะได้ยินคำชมเหล่านั้นแน่ๆ แม้ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหนก็ตาม พ่อมักจะลองทดสอบในสิ่งที่พ่อคิดเสมอๆ แต่เป็นการลองอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นการลองที่วางแผน และคิดคาดการณ์ความน่าจะเป็นไว้แล้วล่วงหน้า และพ่อมักจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้เสมอ ทำให้แทบจะไม่มีคำว่าสูญเสียแต่อย่างใด พ่อเก่งเสมอในสายตาของลูกๆ ของพ่อ พ่อครับ ผมรักพ่อครับ