จังหวะชีวิต ที่แตกต่างกัน

เหตุการณ์เริ่มต้นเกิดที่โรงเรียนบ้านนอกแห่งหนึ่ง

ฝ่ายเด็กหญิง ชื่อ เปิ้ล ซึ่งต่อไปในเรื่องนี้จะเรียกแทนว่า “น้องเปิ้ล” (ทำยังกะภาษากฏหมาย ทำหนังสือสัญญาซะงั้น แล้วไหงบอกว่าบ้านนอก ชื่อนี่คนเมืองเชียว)

ฝ่ายเด็กชาย ชื่อ เข้ม (ชื่อค่อยเข้าบรรยากาศหน่อย) เรื่องก็มีอยู่ว่า ทั้งสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน เพราะบ้านอยู่ใกล้ๆ กัน ก็เลยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน พอเริ่มโตขึ้นสักหน่อย ต่างก็เข้ามาเรียนกันในเมืองหลวงซึ่งแน่นอน กรุงเทพนั่นแหละ เรียนอยู่โรงเรียน เดียวกัน ห้องเดียวกัน เมื่อทั้งสองเรียนจบในระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป.6 นะ ไม่ต้องงงกับศัพท์ทางการ) จังหวะชีวิต ของทั้งสอง ก็เริ่มที่จะมีความแตกต่าง ฝ่ายเปิ้ลนั้น พ่อและแม่ บอกว่า ไม่มีเงินจะส่งเสียให้เรียนต่อแล้ว เพราะอยากจะให้น้องๆ ของเปิ้ลได้เรียนกันบ้าง เปิ้ลซึ่งเป็นคนที่รักน้องมาก ก็เลยจำใจเลิกเรียน และเข้าไปสมัครทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นลูกมือ แม่ครัวของร้านแห่งนั้น ฝ่ายเข้ม นั้น พ่อและแม่ ยังส่งให้ร่ำเรียนไหว เพราะเข้มเป็นลูกคนเดียวพ่อแม่ มีกำลังส่งมากกว่า และ คาดหวังว่า ลูกชายเพียงคนเดียวนี้ จะได้เรียนจบสูงๆ มีหน้าที่ การงานดีๆ ทำ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของพ่อและแม่ ต่อไป จึงมีโอกาสได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ต้น นั่นแหละ)

เวลาค่อยๆ ผ่านไป ผ่านไปไว แต่ไม่ได้โกหก ทั้งสองคน ได้มาพบเจอกันอีกครั้ง โดยไม่ได้ตั้งใจ ในตลาดติดแอร์แห่งหนึ่ง ก็เลยได้มีโอกาสสอบถามสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน

เข้ม – อ้าว เปิ้ล ไม่ได้เจอกันซะนาน เป็นยังไงบ้างล่ะ
เปิ้ล – ก็สบายดีน่ะสิ ไม่งั้นจะมาเดินซื้อของได้ไง
เข้ม – กวนแล้วมั๊ยล่ะ ไม่ได้เจอกันซะนาน ยังกวนเหมือนเดิมนะ
เปิ้ล – ก็เห็นนายดูมึนๆ ก็เลย หยอกล้อซะหน่อยเอง
เข้ม – เดี๋ยวก็แกล้งให้ปล่อยโฮ เหมือนตอนเด็กๆ เลยนี่
เปิ้ล – เอาแล้วมั๊ยล่ะ เอาล่ะๆ ข้ามไปแล้วกัน ว่าแต่ ตอนนี้ เป็นไงบ้างล่ะ เรียนจบแล้วรึยัง?

เข้ม – ยังเลยน่ะสิ ตอนนี้ยังติดอยู่อีกตัวนึง ก็จะจบแล้ว แต่อาจารย์น่ะสิไม่ยอมปล่อยให้เลย ยากชมัด
เปิ้ล – เอาน่า เดี๋ยวก็จบแล้วนี่ แค่ตัวเดียว สบายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ โชคดีกว่าเราซะอีก
เข้ม – อืม ว่าแต่เธอเถอะ เป็นไงบ้างแล้ว จะเปิดร้านเองรึยังล่ะ
เปิ้ล – ก็คิดไว้อยู่นะ ช่วงนี้ก็เก็บเงินได้สักก้อนแล้วล่ะ กำลังมองหาทำเลอยู่เลย ถ้าโชคดี ได้ทำเลดีหน่อย ราคาไม่แพง ก็คงจะคว้าไว้แหละ
เข้ม – เรื่องหาทำเลนี่ ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ หาไปแล้วกัน ถ้ารีบร้อน เดี๋ยวเสียดายทีหลังนะ
เปิ้ล – นั่นน่ะสิ ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ก็เลยยังไม่ได้ซะที ตอนนี้ก็ทำอยู่กับ เถ้าแก่ไปก่อนแหละ แล้วถ้าเปิดร้านจริงๆ เมื่อไหร่ จะบอกนายคนแรกเลย
เข้ม – ให้ไปช่วยประเดิมใช่มั๊ย ได้เลย อย่าลืมบอกแล้วกัน
เปิ้ล – ว่าแต่เบอร์โทรนาย ……
เข้ม – ……

การสนทนาสารทุกข์สุขดิบ ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งต่างคน ต่างขอตัวแยกย้ายกันไปตามทางเดินของแต่ละคนอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป อีกหลายปี เข้ม ก็ได้เรียนจบ มีการมีงานทำ เป็นหัวหน้างาน แต่เงินเดือนน้อย พอแต่งงานไป ก็เริ่มคิดที่จะผ่อนบ้าน แต่ด้วยงานที่หนัก เงินเดือนน้อย ก็เริ่มคิดที่จะหางานอย่างอื่นทำ ควบคู่ไปกับงานประจำที่ทำอยู่ เพื่อหาเงินให้มากพอที่จะผ่อนบ้านสักหลัง ส่วนเปิ้ลนั้น หลังจากการพบปะพูดคุยครั้งนั้นแล้ว เปิ้ลก็ได้ทำเลที่เหมาะเจาะ เปิดร้านเป็นของตัวเอง ค่อยๆ ผ่อนร้าน จนกระทั่งได้ร้านเป็นของตัวเอง มีลูกจ้างช่วยทำงานอีกหลายคน ร้านค่อยๆ เติมโตขึ้นไปเรื่อยๆ ลูกค้าก็เยอะ เปิ้ลก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่ ขายไปวันๆ แต่กำลังมองหาทำเลใหม่ๆ เพื่อจะขยายสาขาต่อ โดยให้ น้องสาวจากต่างจังหวัดเข้ามาช่วยดูแล กิจการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

ชีวิตของคนเรา มีความแตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่า เรียนสูงแล้ว จะสามารถหาเงินได้มากกว่าคนที่เรียนมาน้อยเสมอไป การที่คิดว่า อาชีพหนึ่ง ดีกว่า และสำคัญกว่าอีกอาชีพนั้น ไม่เป็นความจริงเลย เพราะทุกๆ อาชีพ มีความสำคัญเหมือนๆ กัน หากขาดอาชีพใดไปแล้ว สังคมก็สะดุดไม่เป็นอย่างเช่นปัจจุบันแน่ๆ

ภาพเล่าเรื่อง
แสง twilight รถไฟฟ้าวิ่งผ่าน

ไปตามราง (รถไฟฟ้า) ถ่ายภาพตามทาง (รถไฟฟ้า)

ภาพชุดนี้ ถ่ายด้วยกล้อง compact fuji j10 8.2 ล้านพิกเซล ทั้งหมด และภาพชุดนี้ ดูจะไม่จบลงได้โดยง่าย ...

ขนมจีนน้ำยา ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ

ขนมจีนน้ำยา เกี่ยวอะไรกับฟ้าไม่เป็นใจ ความจริงก็ไม่เกี่ยวข้องกันหรอกในเรื่องของ ความอร่อย และความน่ากิน แต่ฟ้าไม่เป็นใจให้ถ่ายรูปเลย ก็เลยได้แสงไม่สวยเท่าตอนทำก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นมากิน กับเกี้ยวทอดกรอบๆ น่ะ เรื่องมันก็มีเท่านี้เอง ที่มาของ ...

บันทึกเที่ยว บันทึกภาพ

ตลาดนัดสวนหลวง ร.9 ในวันสาร์ทจีน

ผ่านจากวันที่ 12 สิงหาคม ก็มาถึงวันที่ 14 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสารทจีน มีนัดไปบ้านแม่แฟน แถวๆ บางนา ...

วันแม่พาแม่เที่ยว 2012 ต่อภาคสี่ (ลิ้มรส ก๋วยเตี๋ยววัดมะขาม)

วันแม่พาแม่เที่ยวในปีนี้ เนื่องจากวันที่เที่ยวจริงๆ เป็นวันเสาร์ จึงยังเหลือวันอาทิตย์อีกวันหนึ่งให้เที่ยวได้อีกวัน แต่วันนี้ถ้าจะไปตามสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ปริมาณของรถและผู้คนคงจะหนาแน่นพอสมควร ซึ่งก็ไม่ผิดจากความคาดหมายนัก และในช่วงสายๆ ก็เริ่มได้รับฟังข่าวรถติดแล้ว วันนี้จึงต้องเที่ยวตะลอนในระแวกบ้านแทน ...