ป้ายจราจร กับความใส่ใจ

ห้ามจอดนะ
ห้ามจอดนะ
หากจะมีคนถามว่า เมื่อเห็นป้ายห้ามแบบนี้แล้วนึกอย่างไรบ้าง ต้องบอกว่า ถ้าคุณเป็นคนขับรถ ด้วยสินะ ถ้าหากคุณเป็นคนขับรถ มองเห็นป้ายนี้แล้วจะทำอย่างไร

– เค้าห้ามจอด ก็ต้องไปหาที่จอดที่อื่นสิ
– ไม่เป็นไรน่าจอดแป๊บเดียวเอง
– ตำรวจอยู่แถวนี้รึป่าวหว่า ถ้าไม่อยู่จะได้จอด
– สายแล้ว รถน้อย จอดแป๊บเดียวคงไม่เป็นไร
– ถนนออกจะกว้าง ขอจอดแป๊บนึงแล้วกัน
– ป้ายไม่ได้บอกว่า ห้ามจอดตลอดเวลานี่ แสดงว่าจอดได้
– วันนี้วันหยุด ตำรวจไม่ทำงานหรอก

ปกติเรามักจะพบอยู่ประมาณสามกลุ่มด้วยกัน
– รักรถมาก ไม่จอดสะเปะสะปะแน่นอน ดังนั้น ป้ายเหล่านี้ ไม่มีผลกับกลุ่มนี้ หากรถเยอะ จะไม่จอด กลัวรถถูกเฉี่ยวชนเป็นรอย
– ก่อนจะจอด ต้องมองหาป้ายห้ามก่อน เพื่อให้แน่ใจว่า จอดได้แน่ๆ ไม่ผิดกฏหมาย ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
– ถึงจะมีป้าย หรือไม่มีป้าย ก็จะจอด พอถามก็จะบอกว่า ขอโทษทีครับ/ค่ะ จอดแป๊บเดียวเองนะ

พอดีมีธุระต้องไปติดต่องานราชการ แล้ววันนั้นที่ไป ก็รถเยอะมาก ที่จอดเต็ม วนไปมาจนได้ที่จอด หลังจากเข้าไปติดต่อราชการเห็นคนเยอะมาก ก็ออกมาหากาแฟเย็นๆ ในบริเวณสถานที่นั้นแหละ กินให้ชื่นใจเสียหน่อย จะได้ใจเย็นๆ ปรากฏว่า ในจังหวะนั้น ก็มีรถเก๋งคันนึง คนขับเป็นคนมีอายุสักนิด วิ่งเข้ามาจอดข้างๆ ร้านขายน้ำดังกล่าว ทั้งๆ ที่บริเวณนั้น เป็นมุมเลี้ยว รถเลี้ยวได้ยาก และวันนั้น รถก็เยอะมาก แม้ไม่มีป้ายห้ามจอด แต่ที่พื้นก็ตีเส้นห้ามไว้แล้ว

เมื่อเจ้าของรถก้าวลงจากรถ ยังไม่ทันจะได้ไปไหน ยามผู้ดูแลสถานที่ ก็เดินเข้าไปหาเลย และพูดว่า “ตรงนี้จอดไม่ได้ครับ กรุณาไปจอดที่อื่นด้วยครับ” “ไม่เป็นไรน่า แป๊บเดียวเอง” แต่ยามท่านนั้นก็ยังคงยืนยัน “ไม่ได้หรอกครับ วันนี้คนเยอะมาก ยังไงก็ไม่มีแป๊บหรอก” เป็นที่น่างงงวยเป็นอย่างยิ่ง ที่ชายคนนั้น ดูจะไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทย ทั้งที่เป็นคนไทย เพราะเค้าปิดประตูรถ ล็อครถ และเดินไป อย่างไม่สนใจใยดี กับคำต่อว่า ที่ตามมาข้างหลังแต่อย่างใด

นี่ถ้ายามท่านนั้นมีที่ล็อคล้อ ก็คงจะทำไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มี เพราะยามท่านนั้นก็ได้แต่ยืนทำหน้างงๆ กับสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน อย่าว่าแต่ยามเลยครับ ผมก็อึ้งเหมือนกัน อึ้งกับความเห็นแก่ตัว ไม่สนใจความเดือนร้อน ขอผู้ร่วมใช้สถานที่เลย ผู้ที่เลี้ยวรถเข้าออก ก็ต้องค่อยๆ ขับรถอย่างช้าๆ เพราะกลัวจะเกิดการเฉี่ยวรถที่จอดอยู่ได้ แทนที่จะได้ผ่านไปได้โดยสะดวก การจอดรถแบบนี้สิ่งที่เค้าได้ คือ ประหยัดเวลาเขา สะดวกเขา แต่คนอีกมากมายเดือดร้อน เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกหลายคน

หลังจากได้กาแฟแล้วก็เดินกลับเข้าไปทำธุระต่อ กว่าจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาเป็นชั่วโมง ด้วยความที่วันนี้คนเยอะมาก เลยไม่ทันได้ดูว่า รถคันนั้น จอดแป๊บเดียวจริงหรือไม่ แต่หลังจากออกมาก็พบว่า ยามท่านได้นำกรวยยาง ไปวางกันที่ไว้แล้ว แต่ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า จะมีใครเดินปรี่มายกกรวยออกเพื่อจะจอดอีกบ้างไหมนะ

นึกขึ้นมาได้อีกเรื่องนึง เกี่ยวกับจราจรเหมือนกัน เรื่องก็มีอยู่ว่า มีตำรวจจราจร ยืนเฝ้าบริเวณทางแยกตามปกติ ก็พอดีมองเห็นรถฝ่าไฟแดง วิ่งตรงมา ก็เลยรีบออกไปโบก เรียกให้เข้าจอดข้างทาง เมื่อรถจอดสนิทแล้ว ก็เดินเข้าไปสอบถาม “คุณไม่เห็นไฟแดงเหรอ” “เห็นครับ” “อ้าว เห็นแล้วทำไมวิ่งฝ่ามา” “ก็ผมไม่เห็นตำรวจนี่ครับ” เมื่อได้ยินคำตอบแบบนี้แล้วก็น่าจะต้องปรับหนักๆ นะ และนี่ก็เป็นคำตอบที่ทำให้อึ้งได้มากทีเดียว

ได้แต่นึกหวังว่า สักวัน จิตสำนึกของผู้คนจะมากขึ้น มากจนกระทั่งไม่ต้องมีป้ายมาวางให้เกะกะทางเดิน เกะกะถนน และรบกวนความสวยงามสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพราะผู้คนต่างมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ส่วนรวม แต่คงไม่มีวันนั้นได้โดยง่าย ถ้าเรายังไม่เริ่มต้น