“ชีวิต” ต้องมีช้าบ้าง เร็วบ้าง

ชีวิต ต้องมีช้าบ้าง เร็วบ้าง
ชีวิต ต้องมีช้าบ้าง เร็วบ้าง
ช่วงนี้ได้มีโอกาสลาหยุดอยู่บ้าน เนื่องด้วยหลายๆ เหตุผลที่ พุ่งเข้าใส่ในช่วงนี้ ทำให้ชีวิตปั่นป่วนพอสมควร การที่เราได้ทำอะไรช้าลงบ้าง นั่นก็ทำให้เราได้มีโอกาสมองรอบๆ ตัวเราได้มากขึ้น ได้ใส่ใจคนรอบข้างได้มากขึ้น

ลองนึกดูว่า ถ้าเราเป็นนักวิ่ง ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ หากเราวิ่งเร็วๆ เราก็คงจะมองพิจารณาต้นไม้ ดอกไม้ รอบตัวเราได้ไม่ค่อยละเอียดนัก หากเราวิ่งช้าลงบ้าง เราก็พอจะพิจาณาได้ดีขึ้น อาจจะสามารถบอกได้ว่า สองข้างทางในสวนนั้น มีดอกไม้อะไรบ้าง แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นเดินเร็ว แทน เราก็จะดอกไม้ รอบตัวเราได้ดีขึ้น ละเอียดขึ้น บอกได้ว่า ดอกไม้สีอะไร ชื่ออะไร อาจจะพอมองเห็นเพิ่มเติมว่า ดอกไหนสวย หรือไม่สวย ได้อีกด้วย

หลายๆ ครั้ง เรามองดูสิ่งที่เราทำ ว่าเราทำเพื่อคนรอบข้างของเรา แต่การใช้ชีวิตของเรา เต็มไปด้วยความเร่งรีบ และใช้เวลาไปในการหาเงิน จนในหลายๆ ครั้ง เราก็มองข้ามสิ่งที่คนรอบข้างของเราต้องการ เรามองเพียงแค่ว่า เราจะหาเงินมาให้เพียงพอ แต่สังเกตไหม ว่าเราไม่เคยพบกับคำว่า เพียงพอเลย หามาได้เท่านี้ ก็หวังเท่านั้น ต่อไปเรื่อยๆ แต่เราก็คาดหวังว่า เมื่อหาได้เท่านั้นแล้ว ตัวเราจะมีความสุข แล้วคนรอบข้างเราก็จะมีความสุข แต่ในความเป็นจริง ตัวเราเองนั่นแหละ ที่มีความสำคัญที่สุดต่อคนรอบข้างมากที่สุด เคยลองถามคนรอบๆ ข้างของดูกันบ้างไหม ว่าเงิน หรือตัวเราเอง ที่สำคัญกับเค้ามากที่สุด

หากเรามุ่งแต่จะวิ่งตรงไปข้างหน้า เราก็จะมองข้ามสิ่งสวยของรอบๆตัวของเรา คนใกล้ชิดของเรา เราจะมีโอกาสดูแลคนใกล้ชิดของเรามากเท่าไหร่กัน แต่หากเราวิ่งเร็วบ้าง วิ่งช้าบ้าง หรือเดินบ้าง เราก็จะไม่ต้องเหนื่อยเกินไป ไม่ต้องเหนื่อยจนขาดใจ และเราก็จะได้มีเวลาดูแลคนใกล้ชิดของเราได้ด้วย อย่ามัวแต่วิ่งเร็วแต่เพียงอย่างเดียว เพราะการวิ่งถอยหลัง มันทำไม่ได้ เพื่อว่า วันนึงเราจะไม่ต้องนั่งเสียใจ ที่เรามัวแต่วิ่งเร็ว เร็วเสียจนไม่มีโอกาสได้มองเห็นสิ่งสวยงามรอบตัวของเรา ไม่ได้ดูแลคนใกล้ชิดของเราอีกเลย