ทำผิดอย่าคิดว่า ไม่มีใครรู้

ทำผิดอย่าคิดว่า ไม่มีใครรู้

บ้านหลังนึง แม่เป็นคนขายอาหารตามสั่ง มีลูกๆ ที่ต้องเลี้ยงดูอยู่ 2 คนด้วยกัน โดยปกติในแต่ละวัน หลังจากเก็บข้าวของ และปิดร้านแล้ว แม่ จะนำเงินที่ขายได้ มานับ และแบ่งใส่ในกระป๋องนมใบเก่าๆ ที่ใช้มานานหลายปีแล้ว เป็นประจำ เพื่อเก็บและไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินด้วย ลูกๆ 2 คน อยู่ในวัยเรียน คนพี่ชื่อ โป้ง เรียนอยู่ ป.2 ด้วยความที่โป้งเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะซน ก็มักจะสร้างความวุ่นวายให้กับแม่ได้เสมอๆ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่โป้งไปโรงเรียนและได้เห็นเพื่อนๆ มีของเล่น ที่ตนเองไม่มี ก็นึกอยากที่จะได้บ้าง คิดอยู่ว่า “ถ้าไปบอกแม่ แม่จะต้องไม่ให้แน่ๆ” แต่ด้วยความอยากได้ ก็ทำให้ครุ่นคิดถึงของเล่นชิ้นนั้นเป็นระยะๆ

ครั้นพอกลับถึงบ้าน ขณะเดินขึ้นไปบนบ้าน ก็พอดีมองไปเห็นกระป๋องนมที่แม่ใส่ตังค์ไว้ บนหลังตู้กับข้าว ก็ทำให้จิตที่ไม่ดี เริ่มต้นทำงาน โป้งเดินไปหยิบกระป๋องใบนั้น เปิดออกดู ก็พบกับเงินอยู่จำนวนหนึ่ง และคิดว่า “ไม่น่าเป็นไรน่า ของเล่นเพียงไม่กี่บาท เอาเงินนี้ไปใช้ก่อน แล้วเราจะนำเงินค่าขนมที่ได้ในแต่ละวัน กลับมาคืนที่เดิมให้แม่ก็แล้วกัน” เมื่อคิดดังนั้น โป้ง ก็นำเงินออกมาเพื่อเตรียมไปซื้อของเล่นที่ตนเองต้องการในวันรุ่งขึ้น

แต่เมื่อซื้อมาอย่างที่ต้องการแล้ว ก็พบว่า มันไม่ได้น่าสนุกอะไรมากมายเลย เล่นไม่นานก็เบื่อ และทิ้งมันเอาไว้โดยไม่ใส่ใจ เงินค่าขนมที่คิดว่าจะเก็บเอาไว้คืนแม่ ก็กลับนำไปใช้ซื้อขนมเสียหมด ไม่มีเหลือ

อีกไม่กี่วันต่อมา โป้ง ก็เห็นเพื่อนมีของเล่นใหม่ แต่โป้งยังไม่มี ก็เลยเกิดความอยากได้ และทำเช่นเดิมอีก เมื่อทำไปหลายครั้งเข้า ก็เกิดความแปลกใจ ที่ทำไม แม่ถึงไม่รู้ และแม่ไม่ว่า ทั้งๆ ที่ นำเงินออกมาใช้หลายบาทแล้วก็ตาม และที่เคยสัญญากับตัวเองว่าจะนำเงินค่าขนม ไปใส่คืนในกระป๋องให้แม่นั้น ก็ยังไม่ได้ทำเสียที แม้จะยังไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก จนกระทั่งวันหนึ่ง

ที่โรงเรียน คุณครูสอนเรื่องของ การให้อภัย ว่า มีคนขโมยของในร้านค้า แต่เมื่อนำไปคืน เจ้าของร้าน ก็พร้อมจะให้อภัย ให้คนที่ขโมยนั้น กลับตัวกลับใจเสียใหม่ จึงทำให้โป้งฉุกคิดถึงสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป ในวันนั้น โป้งจึงไม่ได้กินขนมอะไรเลย ด้วยความตั้งใจว่า จะนำเงินที่แม่ให้กินขนมทั้งหมดในวันนี้ ไปใส่กระป่องนมเก่าๆ ในนั้นของแม่ และจะนำไปใส่ทุกๆวัน จนกว่าจะครบตามจำนวนที่โป้งนำมาซื้อของเล่น ที่เบื่อและทิ้งอยู่ภายในห้องนอนอยู่หลายชิ้น

และคืนนั้นเอง ที่แม่ของโป้งได้เรียกโป้ง เข้าไปหาก่อนนอน แม่ถามโป้งว่า “โป้ง รู้สำนึกในสิ่งที่โป้งทำ แล้วใช่หรือไม่” โป้งถึงกับตกใจ และไม่คิดว่าแม่จะรู้เรื่องเงินเหล่านั้น เพราะแม่ไม่เคยที่จะพูดถึงเรื่องเงินเหล่านั้นเลย จึงตอบไปว่า “เรื่องอะไรหรือครับแม่”
แม่ก็ตอบว่า “โป้ง สิ่งที่ลูกทำนั้น ไม่ใช่ว่า แม่ไม่รู้ และไม่เห็น เพียงแต่แม่ต้องการให้โป้ง ลูกของแม่นั้น รู้สำนึกถึงสิ่งที่ทำไป ว่ามันไม่ดี และในวันนี้ แม่เห็นว่า เงิน ไม่ได้ลดลง แต่กลับมีเงินเพิ่มเข้ามาในกระป๋องนม ที่แม่ไว้เก็บเงินนั้น ซึ่งนั่นทำให้แม่รู้ว่า ลูกของแม่ รู้สำนึกบ้างแล้ว”
โป้งตกใจอย่างมาก เข้าไปกอดเข่าแม่และกล่าวขอโทษแม่ในทันที
แม่บอกว่า “เงินแม่นั้นลดลง แต่ของเล่นที่ลูกมีอยู่นั้น กลับเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ว่าแม่ไม่รู้ ลูกเป็นอย่างไร แม่ก็รู้อยู่ แต่แม่ก็ต้องการให้ลูกรู้จักตัวเอง รู้จักสำนึกผิดชอบ ที่ได้ทำสิ่งไม่ดีลงไป และแม่เชื่ออยู่ว่า การที่แม่พาลูกของแม่ไปวันทุกอาทิตย์นั้น จะยังทำให้จิตใจส่วนลึกๆ ของลูกมีความสำนึกอยู่ และแม่ก็รอวันที่ลูกจะสำนึก และวันนี้ แม่ก็ได้เห็นผลนั้นแล้ว”
โป้งขอโทษแม่อีกครั้ง พร้อมกับบอกแม่ว่า “แม่ครับ ผมขอโทษครับ ผมสำนึกผิดแล้ว เพราะความอยากได้ โดยไม่ไตร่ตรองถึงความผิด ความไม่สมควรที่จะทำ ทำให้ผมได้แอบนำเงินของแม่ไปใช้ และผมจะเก็บเงินค่าขนมในแต่ละวันมาคืนแม่ครับ”
แม่จึงสอนต่อว่า “ลูกทำผิด และรู้สึกนึกผิดนั้น ก็ดีแล้ว สิ่งที่ลูกทำ แม้ว่า ถ้าไม่มีใครรู้ และไม่มีใครเห็น แต่ตัวลูกนั่นแหละ ที่รู้ ใช่หรือไม่”
“ใช่ครับ” โป้งตอบ
แม่ก็พูดต่อว่า “การที่ใครทำผิด แล้วยอมรับผิด รู้จักขอโทษนั้น ก็สมควรได้รับการอภัย แต่สิ่งที่ลูกทำไปแล้วนั้น ความผิด ก็คือความผิด มันจะยังคงเป็นบาดแผล ติดอยู่ในใจของลูกต่อไป และมันจะคอยกระตุ้นเตือน ให้ลูกรู้จักระวัง ที่จะไม่กระทำผิดอีก อย่าอ่อนแอ ต่อความอยากได้ แล้วลูกจะไม่ทำผิดแบบนี้อีก”
“ครับแม่”
“ยังไงก็ตาม ลืมเก็บเงินค่าขนมของลูกมาคืนแม่ เป็นค่าของเล่น ที่ลูกซื้อไปด้วยล่ะ” แม่สับทับ ส่งท้าย ก่อนบอกให้โป้งไปนอน

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คนทำผิด หากรู้สึกสำนึกถึงความผิดนั้นแล้ว ก็สมควรได้รับการอภัย หากแต่ว่า ความผิดนั้น ก็ควรได้รับการลงโทษ หรือชดใช้ ตามความเหมาะสมของความผิดนั้นด้วยเช่นกัน เว้นเสียแต่ การลงโทษนั้น ไม่ให้คุณแก่ใครๆ เลย