งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข

หลายๆ คนมีอุดมการณ์ ในการทำงาน เช่นนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันก็คือคติในการทำงาน ให้เราไม่รู้สึกท้อแท้ต่อการทำงาน เพราะเงิน ก็จะนำมาซึ่งการดำรงค์ชีวิตของคนเราในแต่ละวัน แต่หากว่า เราไม่รู้จักคำว่า “พอเพียง” แล้วล่ะก็ หาเงินมาเท่าไหร่ ก็ไม่พอใช้หรอกครับ แต่ยังมีอีกประเด็นของการทำงานนั่นก็คือ

งานคือเงิน
“บ้างาน” หลายคนในปัจจุบัน เป็นเช่นนั้น ด้วยความที่อยากมีเงินเก็ยเยอะๆ ไว้ซึ่งโน่น นั่น นี่ และไปเที่ยว โน่น นั่น นี่ อีกเช่นกัน แต่จากการที่ได้สัมผัสกับใครหลายคน ได้พูดคุยกับใครอีกหลายคน ที่อายุเยอะกว่าตัวเอง ได้พูด บอก เล่า ไปในทางเดียวกัน ว่า เค้าเหล่านั้น ในขณะที่ยังหนุ่มยังสาว ก็โหมงาน หนักน่าดู การพักผ่อน นั้นน้อยมาก ด้วยความเชื่อที่ว่า ร่างกายเรายังไหว ไม่เป็นไร แต่ หลังจากที่ร่างกายเริ่มที่จะถดถอย อายุเริ่มมากขึ้น สิ่งที่เคยพูดว่า ไม่เป็นไร ยังไหว ก็กลับกลายเป็นไม่ไหวเสียแล้ว

เงินที่เก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก กลับถูกนำกลับมาใช้จ่าย แต่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่อยาก และไม่คาดฝัน แทนที่จะได้ไปเที่ยวสนุกอย่างที่ฝันไว้ แต่กลับต้องใช้เป็นค่ารักษาดูแลตัวเอง จากสาเหตุที่ ตอนยังหนุ่ม ยังสาวนั้น โหมทำงานมากจนเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ และโรคภัยไข้เจ็บที่เคยซ่อนตัวอยู่ ก็ปรากฏออกมาให้เห็นตอนอายุมากๆ เป็นแบบนี้กันมากมาย

ทุกสิ่งทุกอย่าง รอบตัวเรา ล้วนต้องการจุดสมดุลย์ หากเราโหมทำงาน โดยไม่พักผ่อน หากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็จะทำให้เราต้องสูญเสียทั้งเงินค่ารักษาพยาบาล และ เวลาที่ใช้ในการรักษาตัว ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลเสียทั้งสิ้น เพราะถึงแม้ว่า วันนี้เราจะทำงานได้เยอะ แต่เวลาที่เราใช้ในการทำงานวันนี้ กลับเป็นเวลาในอนาคตที่เราจะต้องเติมกลับเข้าไป เพื่อใช้พักรักษาตัว เป็นเวลาที่เราต้องงดทำงาน ซึ่งเมื่อนำมาชั่ง ตวง วัด กันแล้ว ก็พบว่า งานที่เราทำในวันนี้ ยังสามารถแบ่งไปยังเวลาในอนาคตได้ โดยที่ให้เราพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อจะได้ไม่ต้องให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมา เป็นการทรมานตัวเอง และเสียเวลาในการรักษาอีกด้วย

“ทำงานๆ เก็บตังค์ๆๆ ได้เยอะๆ ก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี” คำพูดจากผู้สูงวัยในวันนี้ ยังคงสอนย้ำเตือนเราได้เป็นอย่างดี “อาบน้ำร้อนมาก่อน” ยังคงเป็นจริงเสมอ เราคงต้องกลับมาพิจารณา ไตร่ตรองการดำเนินชีวิตของเราให้ดีๆ อีกครั้ง