แก้วน้ำ กับภาระที่แบกไว้

ขณะที่ครูกำลังสอนนักเรียนของเขา ในหัวข้อการจัดการกับแรงกดดันและความเครียด ครูได้หยิบแก้วน้ำใบหนึ่งขึ้นมา และ ถามนักเรียนว่า “พวกเธอคิดว่าแก้วน้ำใบนี้หนักเท่าไหร่” คำตอบของนักเรียนมีตั้งแต่ 20 กรัม ถึง 500 กรัม

[ad#ad-5]

มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่แท้จริงของแก้ว ว่าหนักเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอถือมันไว้นานเท่าใด ถ้าครูถือมันไว้เพียงหนึ่งนาที ก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งชั่วโมง แขนของครูก็จะปวด ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งวัน พวกเธอคงต้องเรียกรถพยาบาล แม้ที่จริงจะเป็นน้ำหนักเดียวกัน แต่ยิ่งถือมันไว้นานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหนักมากขึ้นเท่านั้น

ถ้าเราแบกภาระ (ความทุกข์ ความหนักใจ ฯลฯ) ของเราไว้ตลอดเวลา ไม่ช้าก็เร็ว ภาระนั้นจะยิ่งหนักขึ้นจนเราไม่สามารถจะแบกมันไว้ได้อีก ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องทำก็คือ วางแก้วนั้นลงซะ พักสักระยะ ก่อนจะถือมันใหม่อีกครั้ง เราจะต้องวางสิ่งที่เราแบกไว้ลงเป็นระยะ เราจึงจะสามารถฟื้นพลังขึ้นใหม่ และสามารถแบกมันได้อีกครั้ง

ดังนั้นก่อนเธอจะกลับบ้านในคืนนี้จงวางภาระของเธอลงอย่านำมันกลับไปบ้านด้วย เธอสามารถยกมันขึ้นมาได้ในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าภาระใดก็ตามที่เธอแบกอยู่ ในตอนนี้ วางมันลงสักพัก ถ้าเธอทำได้แล้วค่อยยกมันขึ้นมาใหม่

เมื่อเธอได้พักแล้ว ขอให้ผ่อนคลายและพักผ่อนชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุขกับมันแต่ดูเหมือนว่าความเป็นจริง ชีวิตของคนหลายคนแตกต่างจากบทเรียนที่คุณครู สอนกับเด็กน้อย หลายคนอาจเถียงว่า “หากคุณเป็นฉัน คุณจะรู้ว่าปัญหาที่กำลังเผชิญ มันไม่สามารถวางลงได้” หรือบางคนอาจแย้งว่า “ปัญหาอยู่ที่ใจ ไม่ใช่ของอยู่ที่มือจึงคิดวางกันได้ง่ายๆ” ใช่แล้วของอยู่ที่มือ แต่ใครเป็นผู้กำหนดมือให้วาง

เรื่องง่ายๆ ที่เรามักจะมองข้ามกันไป อ่านเรื่องนี้แล้วประทับใจมาก เลยขอนำมาเก็บไว้ในบล็อค หากคนเราพยายามทำ พยายามทุ่มเทอะไรมากจนเกินไป โดยไม่สนใจขีดความสามารถ ก็คงจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง จนไม่สามารถทำอะไรต่อได้ พักบ้าง เที่ยวบ้าง เติมเต็มให้กับชีวิต แล้วสิ่งต่างๆ ที่คุณแบกไว้ ก็จะเบาลงอย่างไม่น่าเชื่อ

ที่มา : เรื่องเล่าจากอีเมล์