แอบมองแมลงวัน

ถ่ายด้วยกล้องมือถือ samsung

ถ่ายด้วยกล้องมือถือ samsung

ตากล้อง ที่ไม่ค่อยจะพกกล้อง หลายๆ ครั้ง ก็พลาดโอกาสเก็บภาพ เมื่อต้องการเก็บภาพสวยๆ ที่พบ อย่างล่าสุดนี้ ก็ต้องการเก็บภาพแมลงวัน ที่กำลังตั้งท่าขยายพันธุ์โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ก็เท่ากับผมได้เสียโอกาสนั้นไป แต่ก็ยังดีที่พกมือถือไว้ ภาพจากมือถือก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้บ้าง แต่ก็เท่าที่คุณภาพกล้องจะเอื้ออำนวย

อีกหน่อยคงต้องหากล้องคอมแพ็คคุณภาพดีสักตัวพกติดตัวไว้ อย่างน้อยที่สุดคงได้ภาพดีกว่ากล้องมือถือเป็นแน่ เพราะถ้าหากจะพกกล้อง DSLR ไปไหนมาไหนตลอดเวลา แฟนคงจะไม่ชอบเป็นแน่

สำหรับตากล้องหลายๆ ท่าน เท่าที่ผมทราบมา ก็จะมีกล้องที่ไว้ใช้งานอย่างจริงๆ จังๆ แต่ก็มักจะมีกล้องคอมแพ็ค ตัวเล็กๆ ไว้ติดตัวเสมอ เพราะภาพสวยๆ หลายครั้ง ก็ไม่ได้รอให้เรากลับมาเก็บภาพได้ซ้ำนะครับ ยืดอก พกกล้อง สบายใจกว่ากันเยอะ เชื่อผมเถอะ

งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข

หลายๆ คนมีอุดมการณ์ ในการทำงาน เช่นนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันก็คือคติในการทำงาน ให้เราไม่รู้สึกท้อแท้ต่อการทำงาน เพราะเงิน ก็จะนำมาซึ่งการดำรงค์ชีวิตของคนเราในแต่ละวัน แต่หากว่า เราไม่รู้จักคำว่า “พอเพียง” แล้วล่ะก็ หาเงินมาเท่าไหร่ ก็ไม่พอใช้หรอกครับ แต่ยังมีอีกประเด็นของการทำงานนั่นก็คือ

งานคือเงิน

“บ้างาน” หลายคนในปัจจุบัน เป็นเช่นนั้น ด้วยความที่อยากมีเงินเก็ยเยอะๆ ไว้ซึ่งโน่น นั่น นี่ และไปเที่ยว โน่น นั่น นี่ อีกเช่นกัน แต่จากการที่ได้สัมผัสกับใครหลายคน ได้พูดคุยกับใครอีกหลายคน ที่อายุเยอะกว่าตัวเอง ได้พูด บอก เล่า ไปในทางเดียวกัน ว่า เค้าเหล่านั้น ในขณะที่ยังหนุ่มยังสาว ก็โหมงาน หนักน่าดู การพักผ่อน นั้นน้อยมาก ด้วยความเชื่อที่ว่า ร่างกายเรายังไหว ไม่เป็นไร แต่ หลังจากที่ร่างกายเริ่มที่จะถดถอย อายุเริ่มมากขึ้น สิ่งที่เคยพูดว่า ไม่เป็นไร ยังไหว ก็กลับกลายเป็นไม่ไหวเสียแล้ว

เงินที่เก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก กลับถูกนำกลับมาใช้จ่าย แต่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่อยาก และไม่คาดฝัน แทนที่จะได้ไปเที่ยวสนุกอย่างที่ฝันไว้ แต่กลับต้องใช้เป็นค่ารักษาดูแลตัวเอง จากสาเหตุที่ ตอนยังหนุ่ม ยังสาวนั้น โหมทำงานมากจนเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ และโรคภัยไข้เจ็บที่เคยซ่อนตัวอยู่ ก็ปรากฏออกมาให้เห็นตอนอายุมากๆ เป็นแบบนี้กันมากมาย

ทุกสิ่งทุกอย่าง รอบตัวเรา ล้วนต้องการจุดสมดุลย์ หากเราโหมทำงาน โดยไม่พักผ่อน หากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็จะทำให้เราต้องสูญเสียทั้งเงินค่ารักษาพยาบาล และ เวลาที่ใช้ในการรักษาตัว ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลเสียทั้งสิ้น เพราะถึงแม้ว่า วันนี้เราจะทำงานได้เยอะ แต่เวลาที่เราใช้ในการทำงานวันนี้ กลับเป็นเวลาในอนาคตที่เราจะต้องเติมกลับเข้าไป เพื่อใช้พักรักษาตัว เป็นเวลาที่เราต้องงดทำงาน ซึ่งเมื่อนำมาชั่ง ตวง วัด กันแล้ว ก็พบว่า งานที่เราทำในวันนี้ ยังสามารถแบ่งไปยังเวลาในอนาคตได้ โดยที่ให้เราพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อจะได้ไม่ต้องให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมา เป็นการทรมานตัวเอง และเสียเวลาในการรักษาอีกด้วย

“ทำงานๆ เก็บตังค์ๆๆ ได้เยอะๆ ก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี” คำพูดจากผู้สูงวัยในวันนี้ ยังคงสอนย้ำเตือนเราได้เป็นอย่างดี “อาบน้ำร้อนมาก่อน” ยังคงเป็นจริงเสมอ เราคงต้องกลับมาพิจารณา ไตร่ตรองการดำเนินชีวิตของเราให้ดีๆ อีกครั้ง

รถคันเก่า ลุงสูงวัย กับน้ำใจเพื่อนร่วมทาง

วันนี้มีเหตุให้ต้องไปทำงานสาย แต่แม้จะสายแล้ว การเดินทางบนถนนก็ค่อยข้างจะติดเหมือนเดิม ไม่แตกต่างจากช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าๆ แต่บางจังหวะ รถก็เคลื่อนตัวไปได้ช้าๆ มองไปนอกหน้าต่างรถเมล์ สายที่นั่งเป็นประจำทุกวันๆ เห็นลุงคนนึง ขับรถเก่าๆ มาตามทาง อย่างใจเย็น รถของลุงเค้า ไม่ได้เปิดแอร์ อย่างที่คันอื่นทำกันเป็นปกติ กระจกก็ใสๆ แดดร้อนๆ ก็คงจะร้อนน่าดู คุณลุงขับรถด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มมาก นึกสงสัยอยู่ในใจว่าอะไรทำให้คุณลุงขับรถได้เพลิดเพลินเช่นนี้นะ แต่นั่นไม่ได้สะกิตใจ เท่ากับ สิ่งที่คุณลุงทำในขณะเปลี่ยนเลน คุณลุงเปิดไฟเลี้ยว เพื่อบอก แจ้ง ให้กับรถคันหลัง ได้รับทราบ รับรู้ ก่อนที่จะเลี้ยวรถ เปลี่ยนเข้ามาในเลนทางซ้ายมืออย่างช้าๆ และระมัดระวัง ได้อย่างปลอดภัย ในช่วงเวลานั้น ความรู้สึกนึงแว่บเข้ามาในหัวทันที

[ad#ad-5]

รถคุณลุง แม้จะดูเก่า แม้จะไม่มีแอร์ ฟิลม์กรองแสงก็ไม่ได้ติด ไม่ใช่เพราะคุณลุงจนนะ ออกจะรวยด้วยซ้ำ “รวยน้ำใจ” ไงครับ น้ำใจให้เพื่อนร่วมเส้นทาง แต่สิ่งที่คุณลุงดูแล และให้ความสำคัญ และมันยังใช้งานได้อยู่ ก็คือไฟเลี้ยว เพื่อบอกความต้องการจะเลี้ยว ซ้าย หรือขวา ไฟดวงอื่นๆ ก็คงจะได้รับการดูแลด้วยเหมือนกัน ผมคิดเช่นนั้น และสิ่งที่สำคัญกว่าที่กล่าวมา คือ คุณลุงมีไฟเลี้ยวเพื่อใช้งาน และคุณลุงได้ใช้ไฟเลี้ยวนั้น ให้เป็นประโยชน์ กับตัวเอง และเพื่อนร่วมทาง ไม่ใช่ติดไว้เพื่อให้เห็นว่า ไฟท้ายรถสวยเท่านั้น

ในความรู้สึกผม แม้ว่า รถจะถูก จะแพง สักเท่าไหร่ แต่ ถ้าไม่ได้ใช้มัน อย่างดี แต่ไปรบกวนเพื่อนร่วมเส้นทาง คุณค่า ของรถแพงๆ ก็ไม่ต่างกับรถถูกๆ ที่ไม่สมประกอบหรอกครับ ที่มักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ มักจะเปลี่ยนเลน โดยที่ไม่ได้มีการให้สัญญาณไฟเลี้ยวแต่อย่างใด และบางที่มันก็กระชั้นชิดเกินกว่า รถที่ตามมาจะระมัดระวัง ได้ทันซึ่งก็เป็นที่มาของอุบัติเหตุ นับครั้งไม่ถ้วน และไฟที่มีไว้ท้ายรถ ไม่ได้มีไว้เพื่อประดับ ให้รถดูสวยๆ เท่านั้น ประโยชน์มันมากกว่านั้น โปรดใช้ให้คุ้มครับ

ดังนั้น เมื่อผมได้เห็นรถคุณลุง แม้รถจะเก่าๆ แต่ก็มีคุณค่า และควรค่าแก่การนำมาใช้วิ่งบนเส้นทาง ร่วมกัน เพราะรถ และผู้ขับขี่ รู้จักใส่ใจเพื่อนร่วมเส้นทางเสมอ การขับรถทุกวันนี้ ในหลายๆ ครั้ง ขาดความมีน้ำใจให้แก่กัน หากคุณเป็นคนไม่ค่อยจะเปิดไฟเลี้ยวในเวลาเปลี่ยนเลน ก็ปรับกันสักนิด เพื่อทุกๆ ท่าน ทุกๆ คัน จะได้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย อย่าคิดว่า รถที่ตามหลังมายังอยู่ไกล ไม่เปิดก็ได้ คำว่า “อุบัติเหตุ” มันไม่เลือก “ที่เกิดเหตุ” หรอกครับ มันเกิดได้ทุกๆ ที่ ทุกๆ เวลา อย่างเพียงคิดว่า คันอื่นๆ ก็ทำแบบนี้ ใช่ คันอื่นๆ ก็ทำแบบนี้ แล้วได้ติดตามดูหรือไม่ว่า คันอื่นๆ นั้น พบอุบัติเหตุไหม หรือ คุณจะพบอุบัติเหตุ แบบคันอื่นๆ ที่คุณกล่าวอ้างมาไหม สุดท้าย มีน้ำใจในการขับขี่ มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง นะครับ

รถเมล์ร้อน รถเมล์เย็น คุณเลือกอะไร?

เมื่อวานนี้ ต้องออกจากบ้านไปธุระข้างนอก เส้นทางที่จะไปนั้น รถก็ไม่ค่อยจะมี ก็เลยต้องยืนรอรถนานเป็นพิเศษ ราวๆ ครึ่งชั่วโมงได้ ความจริงนะนั่งรถเมล์สายอื่นไปต่อรถก็ยังง่ายกว่า จะเป็นรถเมล์ หรือรถไฟฟ้าก็ยังได้ แต่ด้วยความที่ ยังไม่ใกล้เวลานัด (ออกเดินทางเร็วเกินไปนั่นเอง) ก็เลยรอรถสายที่ต้องการก็ได้ หลังจากรออยู่นาน รถสายที่รออยู่ ก็มาจอดรับ แต่ไม่ใช่รถปรับอากาศอย่างที่คาดหวัง แต่เป็นรถร้อน สีครีมแดง ว่างพอสมควร คงเป็นเพราะว่า วันนี้ สายมากแล้วนั่นเอง ได้ที่นั่งริมหน้าต่าง มองออกไปนอกหน้าต่างได้ชัดๆ หลังจากนั่งไปสักพัก ก็นึกสงสัย ทำไม ไม่เห็นกระเป๋ารถเมล์ เดินมาเก็บตังค์ ก็ได้ถึงบางอ้อ หลังจากผ่านไปหลายป้ายว่า นี่คือ รถเมล์ฟรี ที่มาจากเงินภาษีของเรา

[ad#ad-5]

ผู้โดยสาร ก็มากหน้า หลายตา เด็กนักเรียน นักศึกษา พนักงานห้าง และอีกหลากหลายอาชีพ พ่อค้า แม่ขาย หลายๆ คนก็ขึ้นรถร้อน คนขอทาน ก็ขึ้นเพราะต้องประหยัดรายจ่าย ให้เหลือเผื่อไว้ใช้ในชีวิตประจำวันที่จำเป็น ใครเล่า ไม่อยากขึ้นรถแอร์เย็นๆ แต่ถ้าจะต้องดึงเงิน ที่จำเป็นสำหรับชีวิตมากกว่า เพื่อความสบายแล้ว ยอมที่จะไม่สบายกาย แต่สบายท้องจะดีกว่า หากมีการโล๊ะทิ้งรถร้อน เปลี่ยนเป็นรถแอร์หมด เท่ากับว่า เป็นการบังคับ ให้อีกหลายๆ คนจะต้องควักเงินออกมามากขึ้น เพื่อจ่ายเป็นค่าความเย็น ที่เค้าไม่ได้ต้องการมากไปกว่า ความหิว ที่ท้องส่งเสียงร้องออกมา ความรู้สึกที่สมองคอยสั่งการให้หาหนทางประหยัดเพื่อนำเงินมา เปลี่ยนเป็นของกิน ส่งตรงลงไปเพื่อระงับ ความหิว ระงับเสียงร้องของท้องให้ทัน ก่อนที่จะได้โรคกระเพาะตามเข้ามาเป็นของแถม มันคงจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบกันจนเกินไป ที่ไปตัดตัวเลือกของเขาเหล่านั้นลง ให้เค้าหมดหนทาง หมดทางเลือก กับสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ของเขาเหล่านั้น

“ชีวิต ยังคงต้องดำเนินต่อไป แม้พรุ่งนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร” ประโยคนี้ แวบเข้ามาในหัว จำไม่ได้ว่าประโยค คล้ายๆ แบบนี้ ได้ยิน ได้รับฟังมาจากที่ไหน แต่มันเป็นความจริงเสมอๆ วันนี้เป็นนักศึกษา พรุ่งนี้เป็นคนทำงาน, วันนี้เป็นคนทำงาน พรุ่งนี้เป็นคนตกงาน หมุนเวียนเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรแน่นอน แม้แต่สองข้างทาง ของถนนสายเดิมๆ ที่ผ่านบ่อยๆ เมื่อก่อนนี้ วันนี้ มองออกนอกหน้าต่างรถเมล์ อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เก่าๆ ที่เห็นบ่อยๆ ก็เปลี่ยนเป็นป้ายโฆษณา คอนโด ที่กำลังก่อสร้างอยู่ข้างหลังป้ายโฆษณาเหล่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่าง เปลี่ยนไป ไวจริงๆ รถเมล์ค่อยๆ วิ่งไป เร็วบ้าง ช้าบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะติด แต่ “ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป” ประโยคนี้ แวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง