สายรุ้งบนพื้นดิน

สายรุ้งบนพื้นดิน

สายรุ้งบนพื้นดิน

ตอนเด็กๆ เราคงจำกันได้ พ่อแม่ หรือครู จะสอนว่า รุ้งมีด้วยกัน 7 สี ประกอบไปด้วยสี ม่วง,คราม,น้ำเงิน,เขียว,เหลือง,แสด และ แดง พวกเราก็คงล้วนแล้วแต่เห็นรุ้งกินน้ำ หลังฝนตกกันแล้วทั้งนั้น ไม่ใช่ทุกๆ ครั้งที่เราจะมองเห็นรุ้งกินน้ำได้ เพราะขึ้นกับปริมาณของละอองน้ำในอากาศด้วย

สายรุ้งบนพื้น กับสายรุ้งบนฟ้า จำนวนสีก็ไม่ต่างกัน เป็นรุ้งเหมือนกัน ต่างกันเพียงแค่ขนาด กับโอกาสที่จะได้เห็น การได้เห็นรุ้งบนท้องฟ้า จะเห็นได้บ่อยๆ หลังฝนตก แต่การจะได้เห็นรุ้งบนพื้นนั้น ไม่บ่อยนัก โอกาสที่จะได้ถ่ายภาพ ก็ไม่บ่อยเช่นกัน หากเราเตรียมตัวไม่พร้อม ก็อด

ชีวิตเราก็เหมือนสายรุ้งนี่แหละ สายรุ้งเปรียบเหมือนโอกาส ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หลายๆ ครั้ง เรามัวแต่คิดว่า จะทำสิ่งนั้น จะทำสิ่งนี้ แต่ก็ยังรอเวลา พูดกับตัวเองว่า ฉันยังไม่พร้อม ขอเวลาอีกสักหน่อยเถอะ เหมือนรอเห็นรุ้งหลังฝนตก แต่แล้วพอหลังฝนตก เรากลับติดอยู่ภายในบ้าน อยู่ในห้องที่ไม่มีกระจก ไม่ได้เห็นสายรุ้ง นั่นก็คือโอกาสเสี้ยวหนึ่งได้ผ่านเราไปแล้ว เพราะเราเตรียมตัวไม่พร้อม และในความเป็นจริงก็เป็นแบบนั้นเสมอๆ โอกาส มักจะผ่านมา ในช่วงเวลาที่เราไม่ทันตั้งตัว

มีตัวอย่างนึง เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งมีเพื่อนชาวไหย เพราะการมาทำธุรกิจ นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรนัก นำเข้ามาแล้วขายออกไป อยู่มาวันหนึ่ง เกิดมีความจำเป็นจะต้องกลับประเทศ โดยที่อาจจะไม่ได้กลับมาที่ไทยอีก ด้วยเรื่องทางบ้าน ทำให้ต้องเสนอขายสินค้า ทียังคงค้างอยู่ให้แก่เพื่อนคนหนึ่งในราคาต้นทุน เพื่อนคนนั้นก็บอกว่า “ฉันรับซื้อสินค้าไว้ไม่ได้หรอก ฉันไม่มีเงินเลย” ทั้งนี้ เพราะความที่เพื่อนคนนี้ เป็นประเภททำมาหาเที่ยว ใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากในทุกๆ วัน ด้วยความคิดที่ว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ ก็หาได้อีกแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องเก็บออม ดังนั้น ชาวต่างชาติคนนั้น จึงไปถามเพื่อนอีกคนหนึ่ง เพื่อเสนอขายสินค้าเหล่านั้นอีกครั้งในราคาต้นทุนเหมือนเดิม เพื่อนคนนั้น จึงพูดว่า “ได้สิ ฉันจะรับซื้อไว้หมดเลย” ทั้งนี้ เพราะเขารู้ว่า สินค้าชนิดนี้ ขายดีและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด อีกทั้ง ด้วยอุปนิสัยที่ ซื้อของเท่าที่จำเป็นต้องใช้ ไม่เที่ยวบ่อย เค้าจึงยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง จึงพร้อมที่จะนำมันมาลงทุนในครั้งนี้

หลังจากเพื่อนต่างชาติกลับไปแล้ว เหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ คือ สินค้าชนิดนั้น ก็ยังคงขายดี ทำกำไรให้เพื่อนคนไทยคนนั้นเป็นกอบเป็นกำ อีกทั้งเขายังคงติดต่อกับเพื่อนต่างชาติที่กลับไปอยู่ในประเทศของตน ให้ช่วยจัดหาสินค้าป้อนให้แก่เขา ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี โตวันโตคืน ส่วนเพื่อนคนแรก คงได้แต่ทำตาปริบๆ และเสียดายโอกาสที่ผ่านพ้นไม่แล้ว และไม่หวนกลับมาอีกได้ คงต้องคอยโอกาส ต่อไป แต่หากเข้าไม่พร้อมเลย อย่างไรเสีย ก็คงจะพลาดอีกในครั้งต่อๆ ไป

“โอกาสจะมาในเวลาที่เราไม่ตั้งตัวเสมอๆ ถ้าเราเตรียมตัวไม่พร้อม เราก็จะพลาดโอกาสไปอย่างง่ายดาย และน่าเสียดาย”

นิทานเรื่องกับดักหนู

หนูตัวหนึ่งแอบมองลอดรอยแตกของกำแพง
เพื่อดูว่าชาวนากับภรรยาของเขาแกะห่ออะไร
“จะเป็นอาหารอะไรหนอ” เจ้าหนูสงสัย

มันแทบล้มทั้งยืน
เมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นคือ
‘กับดักหนู’

มันจึงวิ่งหัวซุกหัวซุน
ไปที่ทุ่งนา แล้วส่งเสียงร้องเตือน
“มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! ”

Read More