เอากล้องมือถือ มาถ่ายมาโคร

เอากล้องมือถือ มาถ่ายมาโคร

เอากล้องมือถือ มาถ่ายมาโคร

ลองเอากล้องมือถือ มาถ่ายมาโครดูบ้าง ภาพที่ได้ ก็ดูดีพอสมควร แม้จะไม่สามารถเรียกว่ามาโครได้ ทั้งที่จริงควรเรียกว่า close up มากกว่า เพราะขนาดของภาพที่ถ่ายได้ มันควรจะเรียกว่า close up จริงๆ ภาพที่ได้แม้จะไม่คมชัดนัก หยดน้ำก็ดูไม่ค่อยจะชัดสักเท่าไหร่ ส่วนนึงเพราะถือไม่นิ่งพอ อีกส่วนนึงมาจากความสามารถของกล้องเอง ดังนั้น การจะได้ภาพมาสวยๆ นั้น ก็ต้องผ่านโปรแกรมตกแต่งภาพบ้าง สักเล็กๆ น้อยๆ เพื่อดึงภาพให้สวยงามมากขึ้น

ภาพที่ได้จากกล้องมือถือ หลายๆ รุ่นเดี๋ยวนี้ก็ให้ภาพที่ดีไม่แพ้กล้องคอมแพค บางตัวเสียด้วยซ้ำ หากเราไม่ลองเอามาถ่ายบ่อยๆ แต่พูดว่า มันก็แค่กล้องมือถือ ถ่ายอะไรไม่ได้หรอก ก็คงไม่จริง เพราะอย่างน้อย มันก็ทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพได้เหมือนๆ กัน ถ้ารักการถ่ายภาพ ก็อย่าหยุดถ่ายภาพเลย กล้องอะไรก็ฝึกถ่ายภาพได้ เพราะอย่างน้อยที่สุด ก็ได้ฝึกค้นหา มุมมองการถ่ายภาพ ฝึกบ่อยๆ ก็จะได้มุมมองใหม่ๆ จับกล้องใหญ่ ก็จะได้ถ่ายภาพได้สวยครับ

แม้ว่าจะมี mode macro มาให้ใช้งานกัน แต่ ภาพที่ได้จากมือถือ samsung ตัวนี้ของผม ก็ทำได้ในระดับที่พอใจ อยู่เหมือนกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นำภาพที่ถ่ายจากกล้อง compact ในระดับราคาต่ำๆ ที่ประมาณ แปดพันบาท แต่ภาพมาโครที่ได้ยังสู้กล้องจากมือถือ samsung ไม่ได้ด้วยซ้ำ จำไม่ได้ว่ายังมีเก็บภาพเหล่านั้นไว้หรือไม่ หากหาเจอ จะนำมาเปรียบเทียบกันให้ดูอีกที ว่ากล้องมือถือเดี๋ยวนี้นั้น จะใช้คำว่า แค่ใส่ๆ มาให้ นั้น ไม่ได้แล้วล่ะ

ความสุข ที่มีอยู่รอบตัว

นกมีความสุข ผมก็มีความสุข

นกมีความสุข ผมก็มีความสุข

ความสุขมีอยู่รอบๆ ตัวจริงๆ ดูขนาดแก้วน้ำแข็งนี้สิ ยี่ห้อ Happy Bird ดูสิว่า นกตัวนี้มีความสุขขนาดไหน ท้องป่อง ตัวอ้วนใหญ่ขนาดนี้จะไม่มีความสุขได้อย่างไร นี่ถ้าเป็นคน ก็คงจะเรียกว่าหุ่นอาเสี่ยไปแล้วล่ะ

บางที บางครั้ง คนเราก็มองแต่ตัวเอง สนใจแต่ตัวเองมากจนเกินไป ที่ว่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เห็นแก่ตัวหรอก แต่หมายถึงว่า สนใจ ใส่ใจงานมากจนเกิดความเครียด ไม่มีความสุข ในเวลาที่เหมือนจะว่าง ก็กลายเป็นไม่ว่าง เพราะไม่มอง ไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลย มัวแต่นั่งนึก นั่งคิดเรื่องงานในทุกๆ เวลา ชีวิตก็จะมีความสุขน้อยลง

ลองมองไปรอบๆ ตัวเอง บางที อาจจะได้พบกับความสุข เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้บ้างก็ได้ มองเห็นภาพนี้ทีแรกก็ อมยิ้มอยู่คนเดียวจนแฟนถามว่า มีอะไร ก็เลยชี้ให้ดู คนทำโลโก้ ช่างคิดดีจริงๆ คนที่ได้เห็น ก็เลยมีความสุขไปด้วย ขอบคุณครับ Happy bird

ฟ้าใสๆ กับกล้องมือถือ

ฟ้าใสๆ กับกล้องมือถือ

ฟ้าใสๆ กับกล้องมือถือ

เดินข้ามสะพานสาธร เห็นฟ้าใสๆ จนออกไปทางสีน้ำเงิน ก็เลยลองเอากล้องมือถือ มาลองถ่ายดูในวันฟ้าใสๆ ก็ได้พบว่า ด้วยสภาพแสงสวยๆ ฟ้าใสๆ กล้องอะไร ก็ถ่ายภาพสวยๆ ได้ทั้งนั้น แม้กล้องมือถือ จะถ่ายได้ไม่ค่อยดีในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ในวันฟ้าใสๆ แบบนี้ กล้องมือถือ ก็ถ่ายออกมาได้สวยไม่น้อยหน้าใครๆ เหมือนกัน

การถ่ายภาพ สำหรับผมแล้ว ก็เหมือนเป็นการเก็บเวลา รอบๆ ตัวเรา บันทึกมันลงในภาพถ่าย ภาพที่ถ่าย บางที ก็ไม่จำเป็นต้องสวยเสมอไป ถ้าภาพๆ นั้น สามารถสื่อสารอะไรบางอย่างออกมาได้ ในแบบที่ควรจะเป็นแล้วล่ะก็ ภาพๆ นั้น ก็มีคุณค่าอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว

การบันทึกเวลา ไม่เคยมีความสำคัญในวันที่ได้ภาพมา แต่มันจะมีคุณค่าเมื่อเวลาผ่านไปเสมอ ใครเลยจะนึกออกเลยว่า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อสามสิบปีที่แล้วหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีภาพถ่าย, ใครเลยจะนึกออกว่า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อสามสิบ สี่สิบปี ก่อนหน้านี้ มีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าไม่มีภาพถ่าย

แม้ภาพถ่ายสมัยก่อน จะไม่สวย ไม่ชัด แต่เราปฏิเสธไหมว่า นี่แหละ ที่ทำให้ฉันนึกภาพออกว่า สถานที่นั้นๆ เป็นอย่างไร, หากเรามีเพียงแค่กล้องมือถือ ก็ยังดีเสียกว่าไม่มีกล้องเลยไม่ใช่หรือ สนุกกับการถ่ายภาพกันเถอะครับ

เรื่องของศิลปะ การใช้ชีวิตในแบบคนเมือง

ศิลปะชีวิตคนเมือง

ศิลปะชีวิตคนเมือง

ภาพนี้ขอเก็บมาแซว กันสักเล็กน้อย เนื่องจาก สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต แปะป้ายโฆษณาคอนโดหรู อยู่ที่บริเวณโรงซ่อมรถไฟฟ้า สถานีหมอชิต ซึ่งใครผ่านไปแถวนั้น ก็คงจะมองเห็นกันอยู่จนชิน เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ความซนของสายตา เหลือบมองถัดลงมาด้านล่างจะมองเห็นรถยนต์ จอดกันจนเต็ม ไม่ใช่เต็มธรรมดา ต้องบอกว่า แน่นลานจอดเลยทีเดียว ดูเหมือนจะเข้า concept ของป้ายโฆษณานั้นได้พอดี

ศิลปะการใช้ชีวิตของคนเมือง หลายคนต้องขับรถออกจากบ้าน มาจอดตากแดด ตากฝน ที่นี่เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าต่อไปทำงาน เพราะถ้าขืนดันทุรังขับรถเข้าเมือง ไม่รู้กี่ชั่วโมงจึงจะเดินทางถึงสถานที่ทำงาน และที่ลานจอดรถหลายๆ ครั้งที่มองดู จะเห็นรถ ที่มีโฟม มาปิดป้ายทะเบียนหน้า และหลังด้วย แต่สาเหตุที่ปิดป้ายทะเบียนเอาไว้นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการตบตา ปิดบังป้ายทะเบียนแต่อย่างใด แต่การปิดป้ายทะเบียนนั้น เป้าหมายคือ เพื่อป้องกัน กันชนอีกทีหนึ่ง เพราะรถที่จอดอยู่นี่ หากไม่ได้เข้าซองจอดรถดีๆ แต่จอดซ้อนคันแล้วล่ะก็ จะมีการผลัก ดันกันไป ดันกันมา เดินหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง แล้วแต่กรณี แต่ละครั้งของการเลื่อนรถ ก็เรียกว่า ไม่สนใจรถกันเลย ผลักจนไปกระแทกคันข้างหน้าไปเลย เพื่อให้ได้ที่จอด และมีบางครั้ง ที่ขับรถไปดันรถคันข้างหน้ากันเลยก็มี เพราะขี้เกียจจะลงมาขยับรถที่จอดอยู่ นี่แหละหนอ ชีวิตของคนเมือง เค้าต้องดำเนินชีวิตแบบนี้ จริงๆ หรือ