เที่ยววันหยุด กับตลาดน้ำท่าคา,ดอนหอยหลอด และตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำของชาวบ้านจริงๆ ดูทางเข้าสิ ยังเป็นป่ามะพร้าวอยู่เลยด้วยซ้ำ ตลาดน้ำท่าคา ก็บริเวณนี้แหละ ชาวบ้านเริ่มพายเรือมากันแล้ว คุณน้าท่านนี้ก็มา ขายผักสารพัดที่ปลูกเอง เช้าๆ แบบนี้ ยังมากันไม่มากนัก รึเปล่า เป็ดน้อย ก็มาตลาดกับเค้าด้วยเหมือนกัน บรรยากาศการซื้อขาย ก็ยิ้มแย้ม แลกของ แลกซื้อกันไป แบบนี้แล แม่ค้าท่านนี้ มาพร้อมกับ ข้าวราดแพงพร้อมกับข้าวสารพัด อร่อยนะ ตากล้องชิมมาแล้ว เหมือนกับว่า จะเป็นการนัดมาพบปะพูดคุยกันซะมากกว่าแฮะ แม่ค้าขายแกง อีกสักภาพแล้วกัน จากนี้น่ะของผมนะคร้าบ แลกเปลี่ยนข้าวของกัน บางทีก็ไม่ได้ใช้เงินเป็นตัวกลางเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นมา เรือ เรือ แล้วก็ เรือ ถ้าใครจะขอเดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามนี่ก็ได้เลยนะนี่ คุณป้าท่านนี้กำลังผัดหอยทอด ผัดกันในเรือแบบนี้แหละ แต่ควันเยอะมาก ขอบอก ผัดได้ที่แล้วก็ต้องใส่ถั่วงอกกันแบบนี้แหละ ขืนข้าเกินไป เดี๋ยวจะไม่อร่อย แม่ค้ากลุ่มนี้เค้านัดมาคุยกันน่ะ เห็นป้าคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไหม ป้ามานั่งรอหลานมั้งนี่ ดูป้าเค้ามีความสุขดีจัง ป้าคนเดิม เปลี่ยนมุมกล้องนิดหน่อย ดูป้าเค้ามีความสุขดีจัง มะนาวนี่ขายเป็นใบนะ ไม่ได้ขายเป็นกิโล แต่แค่ฝากวางไว้บนตาชั่งเท่านั้น ตาชั่งแบบเก่าๆ ที่ยังใช้งานได้ดีอยู่ บึ้ดจ้ำ บึ้ดจ้ำ บึ้ดจ้ำ บึด อ้าว ไม่ใช่แข่งเรือยาวนิ แต่ป้าเค้าแค่ช่วยเหลือกัน จะได้พายได้เร็วเท่านั้นเอง ป้ามาคนเดียวแน อ้าว ป้าครับยิ้มให้กล้องหน่อยครับ ป้าท่านนี้ นั่งรออย่างใจเย็น คุณป้าท่านเดิม กับผักบุ้งที่เด็ดมาขาย แบบชาวบ้านๆ แบบนี้แหละ ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องมา แต่มาด้วยใจ กล้วยแขกก็มีมาขายเหมือนกัน ขายให้ชาวบ้าน ขายให้นักท่องเที่ยว ซึ่งมากันไม่น้อยเลยทีเดียว ใครว่าจะมีแต่เรือไม้ เรือพลาสติกสีสดใส แบบนี้ก็มาเหมือนกันนะ ถ่ายภาพชาวบ้านเพลินไปเลยล่ะ ป้าท่านนี้ กำลังจะกลับบ้านแล้วล่ะ หนูมาช่วยแม่ขายมะพร้าวครับ ขายกันเสร็จแล้วก็มาร่วมคุยกันต่อ แบบนี้แหละ ขายกันหมดแล้วล่ะ เตียมกลับบ้านกันได้แล้ว เรือพาย ที่มีร่มมาด้วย แดดร้อนแค่ไหนก็ไม่กลัวแล้วล่ะ ถึงเรือจะต่างกัน ขนาดต่างกัน แต่ใจไม่ต่างกัน นักท่องเที่ยวก็นั่งเรือท่องเที่ยวมากันเป็นกลุ่มแบบนี้แหละ ถั่วฝักยาว สดๆ จากไร่ผัก มาขายให้ถึงที่ มาเลือกซื้อกันเร็วๆ ก่อนของจะหมดนะจ๊ะ คุณลุงก็มาเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่ามาขายหรือมาซื้อแฮะ คุณยายท่านนี้กำลังรอขายผักอยู่ค่ะ ซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในเรือแบบนี้แหละ น้องคนนี้มากับคุณป้า ได้ออกมาเที่ยวก็มีความสุขแล้วล่ะ มะพร้าวห้าวมาขายสวน อ้าว ไม่ใช่นี่นา แดดร้อนๆ ก็มีวิธีสู้กับแดดเหมือนกัน สู้ๆ ค่ะ สนใจจะซื้อต้นกล้าไม้ไปปลูก ป้าท่านนี้ก็มีขายเหมือนกัน ภาพกว้างๆ นับจำนวนเรือได้เท่าไหร่กันเอ่ย มีเข้ามาใหม่ แล้วก็มีกลับบ้านไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป มาต่อกันที่ ดอนหอยหลอดกันบ้าง นี่แหละ ที่มองเห็นลิบๆ โน่น เป็นแหล่งหอยเลย แค่จิ้มดินลงไปนิดหน่อยก็ได้หอยหลอดมาแล้ว พี่คนนี้ เพิ่งจะกลับมาจากการค้นหาหอยหลอด เมื่อได้มาแล้ว ก็ต้องมาแบ่งใส่ถุงเตรียมขายกันต่อไป หอยหลอดเต็มๆ มืออาชีพ เค้าหากันมาได้เต็มถังแบบนี้แหละ ใช้เวลาไม่นานด้วยนะจะบอกให้ อยากออกไปเที่ยวชมหมู่บ้านชาวบ้าน ก็มีชาวบ้าน พร้อมบริการ กันเยอะแยะมากมายแบบนี้แหละ มีแต่เรือ แต่ไม่มีคน ไม่ต้องสงสัยกันเลย จริงๆ แล้วเจ้าของเรือลำนี้กำลังออกไปหาเก็บหอยอยู่ ไม่ช่แค่หอยหลอดนะ หอยแครงก็ยังมีให้หากันอยู่บ้าง หมู่บ้าน ชาวประมง แหละหนา ที่เห็นปักไม้ไผ่สูงๆ กันเยอะแยะมากมายนั้น ก็เพื่อเวลาน้ำขึ้น มองไม่เห็นตลิ่งจะได้กะคะเน ระยะกันได้ง่ายขึ้น เรือประมงเหมือนกัน ประมงพื้นบ้าน ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตมโหฬารอะไร ก็หาเงิน เลี้ยงครอบครัวได้แล้ว ใครมองเห็นปลาตีน ในภาพนี้บ้างนะ มองดูดีๆ แล้วจะเห็นจ้า เห็นกล้ามข้านี้มั๊ย อย่าเข้ามาใกล้นะ ไม่งั้นจะหนีบให้เขียวเลยทีเดียว นี่ก็ปูอีกสายพันธ์นึง กำลังกินกันอยู่เลย เห็นมันกำลังกินไหมเอ่ย ของกินของมันคงเป็นเลนโคลนพวกนี้ แล้วค่อยไปกรองเอาแพลงตอนมั้ง ดูสิ ห้อยโหนก็เป็นนะ น่าจะเรียกว่า ปูกายกรรม นะนี่ ปูกล้ามใหญ่แบบชัดๆ เลยทีเดียว แต่ชัดได้เท่านี้จริงๆ สุดความสามารถกล้องแล้วล่ะ ฝูงปูๆเยอะแยะเลย ชาวบ้านที่นี่เค้าช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้ ไม่ให้ใครไปยุ่ง ไปทำร้ายมัน จะได้มีไว้หาเงินจากนักท่องเที่ยวได้นานๆ น่าชื่นชมจริงๆ ปูกล้ามใหญ่ก็มี ปูตัวเล็กก็มา ต่างคนต่างมา ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ไม่ทำร้ายกัน ต่างคนต่างหากิน น่ารักมาก อ้าว คู่นี้สู้กันซะแล้ว แย่งอะไรกันน่ะ สู้ไปสู้มา สู้ไม่ได้ ก็ต้องรีบหนีลงรูไป หลีกทางให้ผู้ชนะ ปูตัวนี้ไม่ใช่หนีลงรูนะ แต่กำลังโผล่ขึ้นมาให้เห็นตัวต่างหาก เอาอีกแล้วๆ ห้อยโหนอีกแล้ว เดี๋ยวตกลงมา จะหาว่าไม่เตือนเน้อ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็มาชมหมู่บ้าน ชมปูเหมือนกันกับกลุ่มเราเลย ปูเจ้านี้ ชาวบ้านเรียกปูละคร มันจะโชว์กล้าม ส่ายไปส่ายมา อยู่เรื่อยๆ แต่ตัวเล็กมากสังเกตยากมากเช่นกัน ต้นแสม จะต่างจากต้นโกงกางอยู่ตรงที่ ต้นแสมนั้น รากจะชี้ขึ้นฟ้า ถ้าไปเหยียบรากมันตอนน้ำลงแบบนี้ แข็งโป๊ก จะทะลุขาเอาง่ายๆ แต่ถ้าน้ำท่วมรากแล้วรากจะนิ่มลง ชาวบ้านบอกมา นี่ต้นโกงกาง จะต่างจากต้นแสมตรงที่รากจะพุ่งลงดินทั้งหมด แบบนี้แหละ เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำมากมาย แหล่งเพราะพันธ์อนุบาลลูกสัตว์น้ำมากมาย ต้องอนุรักษ์ไว้นะเจ้าคะ ฟ้าสวย ต้นไม้เด่น ก็เลยชอบ ขอสักภาพ กลุ่มนี้กำลังเดินตามล่าหา หอยหลอดกันอยู่ ความพยายามอยู่ที่ไหน หอยก็อยู่ที่นั่น คุณน้าคนนี้แหละ ที่พาเราทัวร์หมู่บ้าน และไปถ่ายรูปปูสวยๆ แบบนี้ เค้าเล่าว่า เคยมีฝรั่งหัวแดง เหมาเรือเป็นวัน กับกล้องสารพัดเลนส์ ไปนั่งส่องปูกันทั้งวัน เพื่อนำไปทำสารคดี น่าเสียดาย คนไทย ยังไม่มีใครเห็นค่าและทำบ้างเลย เสาไฟสวยๆ แถวดอนหอยหลอด ไม้แกะสลักบริเวณหลังคาโบสถ์เหล่านี้ มาจากฝีมือช่างเมืองเพชร คนท้องถิ่นบอกไว้แบบนั้น ไม้แกะสลักบริเวณหลังคาโบสถ์เหล่านี้ มาจากฝีมือช่างเมืองเพชร คนท้องถิ่นบอกไว้แบบนั้น ไม้แกะสลักบริเวณหลังคาโบสถ์เหล่านี้ มาจากฝีมือช่างเมืองเพชร คนท้องถิ่นบอกไว้แบบนั้น ระฆังในบริเวณวัด มาถึงวัดปรกโพธิ์แล้วล่ะ คนแน่นวัดเลยทีเดียว อีกมุมหนึ่งในวัดปรกโพธิ์ มุมนี้ มุม Unseen in Thailand เลยนะนี่ แต่ว่า ยังมีฝีมือไม่มากพอ ก็เลยได้มาเพียงเท่านี้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้นำกองทหารมาตั้งทับอยู่ในบริเวณนี้ แม่ไม้มวยไทย สารพัด ท่า มาตั้งเรียงรายกันอยู่ที่นี่ ให้ใครต่อใครได้มาศึกษากัน แม่ไม้มวยไทย โบสถ์บางนกแขวก หรือ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ร่มคันนี้น่ะ อยู่หน้าบ้าน แม่อารมณ์ รายแรกๆ ที่เปิดบ้านพักโฮมสเตย์ ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อัมพวาแห่งนี้ แม่ค้าขายปลาหมึกย่าง และกุ้งเผา เห็นเยอะขนาดนี้ ก็ขายกันได้ไม่ขาดสาย น้กท่องเที่ยวเยอะมากๆ หั่นขายอย่างทะมัดทะแมง แม้ที่จะจำกัดอยู่ภายในเรือก็เถอะ ขืนช้าๆ ลูกค้าก็บ่นอีก หมูสะเต๊ะ ไม้ละ 2 บาท เห็นแล้วก็น้ำลายไหลอีกแล้วล่ะ ศิลปินท่านนี้ ประจำอยู่ตำแหน่งนี้ ในทุกๆ สัปดาห์ ให้ความสำราญแก่ผู้ที่เดินทางผ่านทางแคบๆ แห่งนี้ ด้วยเสียงเพลงในแบบที่ ทำด้วยใจจริงๆ ของเล่นสังกะสี ของเล่นโบราณๆ ก็หาซื้อกันได้ที่นี่เลย เยอะมาก กระเป๋า ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ลดโลกร้อน ที่นี่ร่วมลดโลกร้อน ตั้งแต่ก่อนที่ใครๆ จะหันมาสนใจกันเสียอีก นกสารพัดพันธุ์ ถึงไม่มีชีวิต แต่ก็ให้ความสุขแก่คนมีชีวิต ที่เดินผ่านไปผ่านมา แวะหา แวะซื้อ ตลอดเส้นทางแห่งนี้ บ้านไม่เก่าๆ ดั้งเดิม ที่อยู่ริมคลองอัมพวาแห่งนี้ คุณลุงสองท่าน สองสไตล์ นี้มาช่วยกันขายผลไม้นานาชนิด นักท่องเที่ยว รอนั่งเรือเที่ยวชม วัดต่างๆ ในยามกลางวัน ส่วนกลางคืน จะเปลี่ยนโปรแกรมเป็น พาชมหิ่งห้อยแทน ข้าวต้มเครื่องปลา เป็ด อืม หลากหลายจริงๆ นักท่องเที่ยวต่างมุ่งหวังมาหาของกิน ริมตลิ่งขั้นบันได กันแบบนี้ทุกอาทิตย์ เพื่อสัมผัสอีกรสชาติของอาหาร และรสชาติของชีวิต ต้องการสารพัดยำ ที่นี่ก็มีบริการให้จากในเรือเลยจริงๆ เดี๋ยวจะหาว่ามาตลาดน้ำแล้วไม่เหมือนมาตลาดน้ำ ก็ต้องขายกันในเรือแบบนี้แล ป้าท่านนี้ขายสารพัดขนมอยู่หน้าร้าน เจริญศิลป์ มาถึงถิ่นอัมพวา ชุมชนริมน้ำ แล้วจะไม่ได้กิน ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็กระไรอยู่ ดังนั้น มากินพร้อมกันทางนี้เลย คุณลุงครับ ของบะหมี่น้ำต้มยำต่อ ชามนึงครับ ร้านกาญจนาพาณิช ถ้ามาถึงอัมพวาแล้วไม่ได้ถ่ายตู้ไปรษณีย์จากร้านกาญจนาพาณิช ก็เหมือนยังมาไม่ถึง ตลาดน้ำแห่งนี้ เพราะเป็นจุดเด่นมากที่นักท่องเที่ยวมักไม่พลาดถ่าย กลับมา อ้อ โปสการ์ดที่นี่ ก็ด้วยเหมือนกัน ต้องแวะมาส่งกันด้วยนะ ถ่ายจากหน้าบ้านแม่อารมรณ์ยามค่ำคืน ท้องน้ำแห่งนี้ ก็สวยไปอีกแบบอย่างนี้แหละ อย่ามาเที่ยวที่แห่งนี้เพียงเพราะต้องการเปลี่ยนที่กินเหล้ากันเลยครับ ที่แห่งนี้ยังมีสิ่งดีๆ ให้ชมอีกมากมาย เช้าๆ แบบนี้ก็เดินเที่ยว ลัดเลาะไปตามชายคลองอัมพวา ชมวิถีชาวบ้านสองฝั่งคลองไปเรื่อยๆ ภาพมุมสูง จากสะพานข้ามระหว่างสองฝั่งคลอง คุณป้า เจ้าของพื้นที่ตัวจริง กับต้นไม้ดอกไม้ที่ทำให้บ้านดูร่มรื่นน่าพักอาศัย คุณลุงเจ้าของร้านขายของชำ ที่เปิดขายมานานแล้ว ห่างออกมาจากจุดที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดี ก็จะพบกับบรรยากาศ แบบชาวบ้านที่แท้จริงกันให้เห็นแบบนี้แล นักท่องเที่ยว ที่มาใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์พักผ่อน ที่บ้านแม่อารมณ์แห่งนี้ กำลังนั่งรอกินก๋วยเตี๋ยวยามสาย ก่อนที่จะเดินทางขี่จักรยานลุยสวนเข้าไปหาน้ำตาลสดกันต่อไป ท่าทีทะมัดทะแมงของเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในเรือ กำลังเร่งมือทำส่งให้กับพวกเราที่ก็กินกันไม่ยั้งเช่นกัน เล่นเอาพ่อค้าเหนื่อยกันเลยทีเดียว ร่มคันเดิม ที่เป็นสัญลักษณ์เด่นของบ้านแม่อารมณ์แห่งนี้ 1234567► Tweet