น้องคนนี้น่ารักมากครับ มีสินค้าเป็นของตัวเองด้วย

น้องคนนี้น่ารักมากครับ มีสินค้าเป็นของตัวเองด้วย

วันแม่ปีนี้ เป็นปีที่ไม่ได้วางแผนการเที่ยวล่วงหน้ามากนัก แค่รู้สึกว่า ปีนี้ไม่อยากจะไปเที่ยวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะว่าไม่ได้วางแผนเอาไว้ กลัวว่าถ้าจะจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าเพื่อโดยสารรถไฟเที่ยวไกลๆ จะไม่ได้ที่นั่ง แล้วก็ประจวบเหมาะกับที่แม่ดูทีวี ที่บอกเล่าชักชวนไปเที่ยวตลาดน้ำอโยธยาที่เมืองอยุธยา ตลาดน้ำอโยธยา แห่งนี้เป็นตลาดน้ำที่สร้างขึ้นมาใหม่ไม่ได้มีอยู่แต่เดิม เหมือนตลาดเก่าตลาดแก่ หลายๆที่ ซึ่งตลาดน้ำอโยธยาแห่งนี้ สร้างขึ้นมาโดยคาดหวังให้เก่าและดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการสร้างเป็นอาคารไม้เสียส่วนมาก พอดูโดยรวมแล้วตลาดน้ำอโยธยาแห่งนี้ก็ดูแปลกๆ แต่ลงตัวดีเหมือนกัน และเมื่อแม่ต้องการ พวกเราลูกๆ ก็ดำเนินการไปตามนั้นเลย

ตลาดโก้งโค้ง แดนศิวิไลซ์

ตลาดโก้งโค้ง แดนศิวิไลซ์ เค้าบอกไว้แบบนั้น

เมื่อรู้สถานที่เที่ยวที่เราจะไปกันในปีนี้แล้ว เราก็มาวางแผนกันต่อว่าจะไปกันในวันไหน เนื่องจากในปีนี้ วันที่ 12 สิงหาคม ตรงกับวันหยุดซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ก็เลยมีอีกวันเป็นตัวเลือกของการเดินทาง ก็คือวันที่ 11 ซึ่งเป็นวันเสาร์ ก็ได้มาสรุปหยุดความคิดกันที่วันที่ 11 เพราะถ้าจะไปท่องเที่ยวในวันที่ 12 แล้วล่ะก็ อาจจะลำบากกับการเดินทาง และการหาอาหารอร่อยๆกินกันได้ เพราะจังหวัดอยุธยา ยังมีศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร และสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ที่คาดว่าจะดึงดูดคนได้ไม่น้อยในช่วงเวลาสำคัญๆ แบบนี้ของปี ก็เลยตกลงยืนยันกันตามนั้นว่าจะออกเดินทางในวันที่ 11 สิงหาคม

ร้านนี้ขายทอดมันครับ อย่างลองชิมไหมล่ะ

ร้านนี้ขายทอดมันครับ อย่างลองชิมไหมล่ะ

พอได้วันเรียบร้อยแล้ว ก็มาคิดกันต่ออีกทีว่า ถ้าจะไปแค่ตลาดน้ำอโยธยาเพียงแห่งเดียว ก็คงจะไม่คุ้มกับการเดินทาง และอีกอย่างหนึ่งก็คือเราคงไม่เดินเที่ยวที่แห่งเดียวทั้งวันแน่ๆ หาไปหามา ก็ได้มาเจอกับตลาดโก้งโค้ง เท่าที่หาอ่านดูก็เป็นตลาดง่ายๆ ที่ผู้ขายจะนั่งเกือบจะติดพื้น (ที่ต้องเรียกแบบนี้เพราะพ่อค้าแม่ขาย จะนั่งกันอยู่บนเก้าอี้เตี้ยๆ) และตัวโต๊ะที่วางขายสินค้าจะถูกยกสูงจากพื้นขึ้นมาเตี้ยๆ เวลาจะเลือกซื้อหาสินค้า ผู้ซื้อก็ต้องโน้มตัวและก้มลงเพื่อเลือกสินค้าที่ต้องการ ดังนั้นตลาดโก้งโค้งก็ได้ชื่อนี้มาเพราะเหตุนี้นี่แหละ ตลาดโก้งโค้งแห่งนี้เป็นตลาดที่น่าไปเที่ยวเล่นเหมือนกัน แม้จะไม่ได้มีน้ำ เป็นตลาดน้ำเหมือนที่อื่นๆ แต่ก็เป็นตลาดที่มีเสน่ห์แบบที่ตลาดอื่นไม่มี ดังนั้น แผนการเดินทางไปเที่ยวตลาดโก้งโค้ง ก็ได้รับการบรรจุไว้ในแผนการท่องเที่ยววันแม่ในปีนี้ด้วย วันแม่ปีนี้ถือได้ว่าเป็นการไปเที่ยวสองตลาดในวันเดียวกัน เรียกว่ากลับมาคงจะเบื่อตลาดไปเลยก็แล้วกัน และเมื่อหาที่เที่ยวได้สองแห่งตามที่ต้องการเรียบร้อย ก็วางแผนไปตลาดโก้งโค้งในตอนเช้า และสายหน่อย ผ่านเที่ยง คล้อยบ่าย ค่อยเดินทางไปยังตลาดน้ำอโยธยา เป็นแห่งถัดไปจึงค่อยเดินทางกลับบ้าน

ขนมเบื้องญวณ อยากจะชิมก็เข้ามาซื้อกันไป

ขนมเบื้องญวณ อยากจะชิมก็เข้ามาซื้อกันไป

ถึงวันที่ 11 สิงหาคม ตามเป้าหมายของการท่องเที่ยววันแม่ในปีนี้ พวกเราก็ออกเดินทางไปยังตลาดโก้งโค้งก่อนตามแผนการณ์ที่ได้วางเอาไว้ตั้งแต่ตอนเช้า ขับรถวิ่งหาเป้าหมายแบบคนไม่เคยไป ก็เลยพาลหลงทางกันเล็กๆน้อย ดีที่ออกเดินทางแต่เช้า และยังพอมีแผนที่ Google map ช่วยเอาไว้ได้ ทำให้หักรถวกกลับเข้าเส้นทงทางมายังตลาดโก้งโค้งได้ไม่ยากเย็น เพราะยังการวิ่งผิดทางออกจากตำแหน่งเป้าหมายในครั้งนี้ยังไปได้ไม่ไกลนัก จึงกลับทิศกลับทางได้รวดเร็วพอ เมื่อมาถึงตลาดโก้งโค้งตามเป้าหมายแรกของวันก็ทำให้ได้รู้ว่า เรามาเร็วมาก มีรถจอดอยู่เพียงสามสี่คัน และบางคันในลานจอดนั้นก็คงจะมีบ้าง ที่เป็นรถของเจ้าหน้าที่ในตลาด โอ้วว นี่เรามาเปิดประตูตลาดให้เค้าเหรอเนี่ย แต่มาถึงแล้วนี่จะแวะจะแวบไปที่ไหนก็ก่อนไม่ได้เตรียมแผนสำรองใดๆ เอาไว้ด้วย ก็เดินเข้าไปเยี่ยมชมตลาดเลยก็แล้วกัน

ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ก็ต้องมากินกันที่ตลาดโบราณ

ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ก็ต้องมากินกันที่ตลาดโบราณ

เมื่อเดินเข้าไปสัมผัสตลาดโก้งโค้งในครั้งแรก ต้องยอมรับว่า บรรยากาศแบบนี้ยังไม่เคยพบมาก่อนในตลาดอื่นๆ จริงๆ อ่านในเว็บต่างๆมามาก ซึ่งผู้ที่เคยมาเที่ยวมาชม เค้าก็เขียนบันทึกเอาไว้นานแล้ว ยังคิดอยู่ว่า เมื่อไปถึง ตัวตลาดโก้งโค้งก็คงจะเปลี่ยนไปเหมือนกับตลาดอีกหลายๆแห่งที่ เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามกระแสการท่องเที่ยว และอีกสิ่งหนึ่งที่คิดว่าตลาดแห่งนี้จะเปลี่ยนไป ก็เพราะการนั่งต่ำๆ แบบนั้นมันน่าจะเมื่อยมาก แต่ก็ปรากกฏว่าพ่อค้าแม่ขายยังคงยืนหยัด ยึดหลักเหมือนตอนเริ่มเปิดตลาด โดยตัวตลาดยังคงเป็นรูปแบบการค้า การขายที่เป็นเอกลักษณ์ของตลาดไว้อย่างเหนียวแน่นจริงๆ นั่นสินะถ้าทั้งตลาดตั้งโต๊ะสูงกันหมด ก็ไม่ต้องก้ม ไม่ต้องโค้ง แล้วจะคงชื่อตลาดโก้งโค้งได้อย่างไร ผมว่า ตลาดนี้ทำได้ดีมาแล้วครับ เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนจริงๆ

ก๋วยเตี๋ยวโบราณ น่ากินแบบนี้ น้ำลายไหลกันรึยัง

ก๋วยเตี๋ยวโบราณ น่ากินแบบนี้ น้ำลายไหลกันรึยัง

ต้มโคล้งปลากด รสเด็ดๆ อร่อยๆ

ต้มโคล้งปลากด รสเด็ดๆ อร่อยๆ

ต้มโคล้งกับข้าวร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว

ต้มโคล้งกับข้าวร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว

เนื่องจากพวกเราไปถึงตลาดโก้งโค้งเร็ว หลายๆ ร้านค้าก็ยังไม่เปิดดี ที่เรียกว่า ยังไม่เปิดดีก็เพราะพ่อค้าแม่ขายกำลังเรียงจัดเตรียมสินค้ากันอยู่ เมื่อเดินไปด้านในๆ ของตลาด ก็เห็นว่ามีร้านขายอาหาร (แต่โซนขายอาหารใส่ชามนี่ไม่ต้องก้มไม่ต้องโค้งอะไรกันมากมาย เพราะเป็นโต๊ะสูงเสียเกือบหมด) ซึ่งบางร้านก็จัดเตรียมเสร็จแล้ว โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยว ก็เลยตกลงว่าไปหาอะไรกินกันก่อนก็แล้วกันในระหว่างที่เรากำลังกินอาหารกัน ร้านต่างๆ ก็คงจะจัดเตรียมของกันเรียบร้อยแล้ว กินเสร็จเรียบร้อยก็จะได้เดินชม เดินจับจ่ายกันได้ทันที ก๋วยเตี๋ยวที่นี่ ทำแบบโบราณหน่อย รสชาติเท่าที่ลองกินกัน ก็ชอบอกชอบใจพอสมควร พริกร้านนี้เผ็ด ใส่เพียงเล็กน้อย ก็ได้ความเผ็ดออกรสออกชาติทันที และใกล้ๆกันก็ยังมีร้านต้มโคล้งด้วย ซึ่งร้านนี้แฟนผมเองการันตีความอร่อยโดยบอกว่า จะกลับมากินที่ร้านนี้อีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อยขนาดนั้น อย่าเชื่อผมแล้วกันนะ ถ้าผ่านไปแล้วค่อยลองแวะไปกินก็แล้วกัน อร่อยหรือไม่อร่อยอย่างไรก็มาบอกเล่าให้ฟังกันด้วยนะครับ

ร่วมด้วยช่วยกัน กินแล้วเก็บ

ร่วมด้วยช่วยกัน กินแล้วเก็บ

กินอาหารกันเสร็จก็ต้องเก็บจานชามช้อนที่ใช้แล้วด้วย โดยการนำไปวางกองเอาไว้ในที่ๆ จัดเก็บภาชนะใช้แล้วโดยสถานที่ก็กั้นเป็นคอกแยกออกไปจากส่วนรับประทานอาหารอย่างชัดเจน พร้อมกับป้ายรณรงค์ให้เก็บภาชนะใช้แล้วทั่วบริเวณ ก็ขออย่าให้มีคนที่อ่านหนังสือไม่ออกมาเที่ยวที่นี่เลย เมื่อกินอิ่มและเก็บภาชนะเรียบร้อยก็ออกเดินชมตลาดกันใหม่ ตลาดโก้งโค้งเป็นตลาดไม่ใหญ่โตอะไรนัก แต่สินค้าก็มีเยอะพอสมควรเลยทีเดียว เท่าที่ดูสินค้าที่ตลาดแห่งนี้ แทบจะไม่มีการขายอะไรซ้ำๆ กันเลย ก็เป็นการสะดวกของผู้ขาย ที่ไม่ต้องคอยแข่งกันขายตัดราคา แล้วก็เป็นข้อดีของคนซื้อที่ไม่ต้องตะเวนเช็คราคากันหลายๆ ร้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการผูกขาดราคาของจนสูงลิ่วนะ เพราะราคาขายของสินค้าที่ขายในตลาดนี้ ตัวผมเองไม่ได้รู้สึกว่า ราคาแตกต่างหรือโดนบวกกำไรมากจนเกินความพอดีเลย เมื่อเทียบกับที่ตลาดน้ำอื่นๆ ที่เคยไปเที่ยวมาเลย

นั่งขายมานานจนตัวแข็งเลยเชียว

นั่งขายมานานจนตัวแข็งเลยเชียว

ความเป็นมาของตลาดโก้งโค้ง ก็คือเรื่องราวที่มีป้ายประกาศบอกเอาไว้ภายในตลาดดังนี้ครับ

“ตลาดโก้งโค้ง (บ้านแสงโสม) ตั้งอยู่ที่ บ้านแสงโสม หมู่ 5 ถนนบางปะอิน – วัดพนัญเชิง(ติดวัดบ้านเลน) ตำบลขนอนหลวง เป็นตลาดโบราณย้อนยุคที่น่าสนใจแห่งหนึ่งเรียกว่า “บ้านแสงโสม” ลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ คงความเป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณ และสามารถสัมผัสกับบรรยากาศเก่าๆ แบบสมัยกรุงศรีอยุธยา และพบกับวิถีชีวิตของไทยในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเพืออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

บริเวณบ้านแสงโสม ในอดีตเป็นด่านขนอน (ด่านเก็บภาษีในอดีต) และเป็นสถานที่ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งที่เป็นสินค้าชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง ส่วนคำว่า ตลาดโก้งโค้ง นั้น เป็นคำที่ใช้เรียกชื่อตลาดในสมัยโบราณที่เคยมีคู่กับกรุงศรีอยุธยามาเป็นเวลานาน โดยคนขายสินค้าจะนั่งขายสินค้าอยู่บนพื้นดิน ดังนั้นคนที่มาซี้อสินค้าจะต้อง โก้งโค้ง เพื่อเลือกดูสินค้าที่ตนสนใจ โดยอากัปกริยาโก้งโค้งของคนไทยนั้น ทำได้สุภาพ นุ่มนวล เป็นกิริยาที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน

ภายในตลาด จำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษจากสวนชุมชน สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารคาว-หวานนานาชนิด โดยพ่อค้าแม่ค้าจะแต่งกายชุดไทยย้อนยุค”

ขนมโบราณ ก็ต้องจัดใส่ภาชนะโบราณ

ขนมโบราณ ก็ต้องจัดใส่ภาชนะโบราณ

เมื่อเรานึกถึงตลาดเก่า เราก็มักจะนึกถึง ขนมหวานที่เคยได้กินกันสมัยเด็กๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่เห็นแล้วตามร้านขายของปกติ แต่จะมีอยู่มากตามตลาดเก่าย้อนยุค และที่ตลาดแห่งนี้ก็มีเหมือนกัน ถ้าไม่มีเดี๋ยวจะโดนครหาได้ว่า ขาดความขลัง ที่ตลาดนี้มีขนมหวานขายอยู่หลากหลายเหมือนกัน เป็นขนมของหวานที่เด็กๆ รุ่นใหม่ๆไม่เคยเห็นแน่ๆ แต่ถ้าใครเห็นแล้วนึกถึงตอนเด็กได้ล่ะก็…. เห็นขนมหวานมีมากมายแต่ของเล่นโบราณนี่สิ รู้สึกจะไม่มีอยู่ในตลาดนี้ หากใครสนใจใคร่จะมาซื้อล่ะก็ เสียใจด้วย เพราะของเล่นโบราณจำพวกสังกะสีนั้น สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ และมากมายอยู่แล้วในปัจจุบัน เพียงแต่ต้องลองไปมองหาที่ตลาดโบราณแห่งอื่นๆ ดูกันเอาเอง

เครื่องจักสาน มีให้เลือกกันจุใจ

เครื่องจักสาน มีให้เลือกกันจุใจ

บรรดาภาชนะจักสาน มีให้เลือกซื้อเลือกหากันอย่างมากมายทีเดียว กระบุง กระจาด กระด้ง หรือแม้กระทั้งตะกร้าจิ๋วๆ ก็ยังมีให้เลือกหาซื้อได้ตามขนาด และความพอใจ หรือความต้องการ บรรดาแม่ค้าก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี จะหยิบโน่น จับนี่ สอบถาม ต่อรองราคาก็ไม่มีบ่น หรือกระแนะกระแหน ลูกค้าเลย สินค้าอีกอย่างที่เห็นว่ามีอยู่บ้างก็คือ เครื่องปั้นดินเผา แม้จะไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ก็จัดว่าเยอะพอที่จะให้เลือกซื้อเลือกหา แบบที่ถูกใจกันได้โดยไม่เสียเที่ยวมา เรียกว่ามาที่เดียวเอาอยู่ก็คงจะได้

กระติกเก่า ตะเกียงแก่ หม้อโบราณ

กระติกเก่า ตะเกียงแก่ หม้อโบราณ

สินค้าอีกหลายอย่างดูจะเป็นของโบราณไปแล้ว และคงจะไม่ค่อยมีคนใช้กัน หรือไม่รู้กันว่าเอาไปใช้ประโยชน์อะไรกันบ้าง เช่น ชี้ไต้จุดไฟ น้ำมันยาง ชันยาเรือ สารส้ม เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้แม้จะไม่ได้พบไม่ได้เห็นกันแล้วในร้านขายของทั่วไป ถ้าในซุปเปอร์มาเก็ต ซุปเปอร์สโตร์แล้วล่ะก็ ถ้ามีขายก็คงจะแปลกแล้วล่ะ แต่สินค้าที่หาที่อื่นได้ยากๆ ก็ยังจะสามารถหาซื้อได้ที่นี่นะ อ้อ! ไม่เว้นแม้แต่ตะเกียงและปิ่นโตสีเหลืองๆ ที่เห็นกันบ่อยๆ ในสมัยก่อน ปิ่นโตที่เด็กวัดจะต้องเดินถือตามหลังหลวงพ่อที่ออกบิณฑบาตรในตอนเช้าๆ ทุกๆวัน ที่นี่มีให้เลือกหลายขนาดเชียวล่ะ และแม้ว่าของเส่นสังกะสีที่นี่จะไม่มีขาย แต่ภาชนะเคลือบสีเก่าๆ ขาวๆ เขียวๆ หรือน้ำเงิน ที่นี่มีขายแน่นอน หม้อเคลือบ จานเคลือบ ที่เราคุ้นและเคยเห็น เคยใช้ในตอนเด็กๆ ที่นี่ก็มีให้ซ์้อด้วย ถ้าใจอยากย้อนยุคนึกถึงวันเก่าๆ จะซื้อไปลองใช้รับประทานอาหารที่้บ้านบ้าง ก็ดีไม่น้อย รับรองว่าได้บรรยกาศเก่าๆ กลับมาในทันที

ขบวนแห่ กลองยาว เดินมาแต่ไกล

ขบวนแห่ กลองยาว เดินมาแต่ไกล

น่าจะเป็นการไหว้เจ้าที่

น่าจะเป็นการไหว้เจ้าที่

เดินชมตลาดสักพักก็ได้ยินเสียงกลองยาว ดังมาแต่ไกลพร้อมกับขบวนแห่ที่เดินแห่แหนร่ายรำ ตามจังหวะเสียงกลอง เข้ามาจากทางปากตลาด มายังส่วนกลางของตลาดที่มีศาลตั้งอยู่ ดูรูปการณ์แล้วจะเป็นการบรวงสรวง เซ่นไหว้ แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเนื่องในโอกาสอะไร หรือทำเป็นประจำทุกวัน ทุกสัปดาห์ก็ไม่รู้ แต่ก็จับภาพความน่ารักของเด็กๆ ที่ร่วมขบวนแห่มาฝาก อ้อ ผู้ใหญ่ที่รำไปตามจังหวะกลองยาวนั้นก็งดงามไม่น้อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่ยอมให้ความสำคัญกับวัยผู้ใหญ่กันบ้างเลย

แม่ค้าแม่ขาย แต่งกายด้วยชุดไทยประยุกต์

แม่ค้าแม่ขาย แต่งกายด้วยชุดไทยประยุกต์

ที่พวกเราชื่นชอบกันมากๆ ในตลาดแห่งนี้ก็อยู่ตรงที่ บรรดาพ่อค้าแม่ขาย ต่างก็แต่งตัวกันด้วยเสื้อผ้าแบบโบราณย้อนยุค นุ่งโจงกระเบนกัน แม้ว่าจะเป็นโจงกระเบนที่ประยุกต์มาอย่างดีแล้ว ดัดแปลงทำเป็นกางเกงให้สวมใส่ได้ง่ายก็เถอะ แต่เมื่อมองผ่านๆ แบบไม่ต้องสังเกตสังกาอะไรกันมากมาย ก็จะมองเห็นแต่ความงดงามของเครื่องแต่งกายของไทยเราในแบบโบราณว่าดูงดงามและสวมใส่สบายขนาดไหน