วันแม่ในปี 2010 นี้ เป็นปีแรก ที่ครอบครัวเราฉลองวันแม่ เที่ยวกันในวันแม่ โดยที่พ่อไม่ได้ไปด้วยกันกับพวกเรา พ่อจากพวกเราไปแล้ว แต่ก็คงจะกำลังมองพวกเราจากเบื้องบนลงมาแน่ๆ พวกเราเชื่อแบบนั้น

ออกเดินทางโดยรถไฟฟ้า
วันแม่ปีนี้ ตกลงกันว่า จะเดินทางไปมหาชัยกัน ด้วยความที่ว่าตอนเด็กๆ นั้น พ่อกับแม่ เคยพาปู่ ไปกินอาหารทะเล กันที่มหาชัย แม่ก็เลย อยากไปมหาชัยดู แต่ไปด้วยรถไฟ เหมือนสมัยพวกเราเด็กๆ ในเมื่อแม่ต้องการแบบนั้น เราก็ทำแบบนั้น เริ่มต้นการเดินทางในช่วงเช้า โดยขับรถออกจากบ้านไปจอดยังสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต การเดินทางวันนี้ค่อนข้างจะรวดเร็วมาก เนื่องจากว่า เป็นวันหยุดยาวของใครหลายคน และใครหลายคน คงจะเดินทางออกต่างจังหวัดกันไปแล้ว ทำให้วันนี้รถไม่เยอะ เดินทางสะดวกดี เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้วก็คอยภาวนา ขอให้วันนี้เป็นวันใสๆ ด้วยแล้วกัน จะได้ไม่ลำบากนักเรื่องการเดินทาง ในช่วงต่อๆ ไป และเนื่องจาก
วันนี้เป็นวันแม่ รถไฟฟ้า BTS ให้บริการฟรีสำหรับแม่ เมื่อไปถึงสถานีก็เข้าไปติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับตั๋วเดินทางสำหรับแม่ เมื่อได้ตั๋วกันครบแล้วก็เริ่มต้นออกเดินทางกันได้แล้ว
Continue reading วันแม่ พาแม่เที่ยว มหาชัย-ท่าฉลอม
“แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมันซมซานเหลือทน วันหนึ่งมันถูกฝน ไหลหล่นจากบนหลังคา พระอาทิตย์ส่องแสง น้ำแห้งเหือดไปลับตา มันรีบไต่ขึ้นฝา หันหลังมาทำตาลุกวาว” เพลงๆนี้ หลายๆคน คงได้ยินได้ฟัง และได้ร้องกันบ่อยๆ เมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็กๆ กันอยู่ ส่วนผม ก็เคยได้ร้องบ่อยๆ เหมือนกัน ร้องไป แล้วก็ต้องทำท่าทางประกอบเพลงกันไปด้วย เคยแต่ร้อง เคยแต่ฟัง แต่ในสมัยเด็กๆ มีอย่างนึงที่ไม่ได้ทำ นั่นคือ ถ่ายรูปเจ้าแมงมุมลายตัวนั้น นั่นเอง
มามีโอกาสเมื่อตอนโตแล้ว หลังจากได้มีกล้อง พร้อมที่จะถ่ายภาพ แต่ก็ไม่มีแบบสวยๆ ให้ถ่าย จนกระทั่งอยู่มาวันนึง ต้องเรียกว่า ฟลุ๊คมากกว่าที่ได้ภาพแมงมุมชุดนี้มา เหตุเกิดก็เพราะว่า ขณะที่กำลังถ่ายภาพดอกแก้วมังกรอยู่นั้น ก็มองเหลือบไปเห็นใต้กลีบหุ้มดอก มีแมงมุมตัวเล็กๆ กำลังกัดกินเหยื่ออยู่ ซึ่งเป็นยุงที่โชคร้าย เลยได้ใช้เวลากับตรงนั้นไปนานพอสมควร ใช้แฟลชหัวกล้องนี่แหละ ยิงใส่ เพื่อให้ได้เห็นแมงมุมชัดเจนขึ้น เนื่องจากเวลาที่ถ่ายภาพเป็นเวลาที่เช้าพอสมควร แสงน้อย แถมยังอยู่ใต้กลีบหุ้มดอกอีก ก็เลยแสงน้อยไปใหญ่ ครั้นจะใช้แฟลชภายนอก ก็ไม่มีที่มากพอจะจัดถ่ายได้โดยสะดวก กลัวว่า ถ้าไปชนดอก ชนไปชนมา กลัวว่าตัวแบบของผมจะวิ่งหนีไปเสียก่อนที่จะถ่ายภาพเสร็จ ก็เป็นอันว่า จบด้วยแฟลชหัวกล้องนั่นแหละ สะดวกที่สุดแล้วในขณะนั้น
ยิงไปเสียหลายภาพ แต่ได้ภาพที่ช้ดกลับมาไม่มากนัก เนื่องจากโฟกัสแบบ manual ตลอดรายการ เพราะแบบเล็กมาก ใช้ auto focus แล้วไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าแมงมุมลายตัวนั้น จะสายตาพร่ามัวไปขนาดไหนเหมือนกัน ภาพที่ได้มานั้น แทบทั้งหมดที่นำมาแสดง เกิดจากการ crop ภาพ เนื่องจากว่า ตัวแบบเล็กมาก ถ้าไม่ crop มา ก็แทบจะดูหน้าตากันไม่ออกเลยทีเดียว ไม่ทราบสายพันธุ์เหมือนกันว่า มันมีชื่อว่าอะไร รู้แต่ว่า มันกินยุงโดยที่ไม่เห็นมีใยแมงมุมแต่อย่างใด ลองค้นหาจาก google รู้สึกเพื่อนมันจะถูกเรียกว่า Jumping spider นะครับ
หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง เสี่ยงโชคเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ ทั้งที่มิได้มีความรู้อะไรเลย เนื่องจากได้ทราบข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพ กำลังรับสมัคร นักการภารโรง ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา จึงจับรถมากรุงเทพ และเดินกางแผนที่ (ที่เพื่อนเขียนให้) สุ่มถามชาวบ้านถึงที่ตั้งของโรงเรียนนั้น ซึ่งกว่าจะเจอก็เหงื่อตกไปหลายปี๊บทีเดียวแหละ
เมื่อเข้าไปแจ้งความจำนงที่แผนกธุรการจึงมีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้นั่ง และยื่นใบสมัครมาให้กรอกข้อความ นายหนุ่มนั้นก็ยิ้มแหย ๆ ยกมือไหว้แล้วบอกอ่อย ๆ กับเจ้าหน้าที่ว่า
“…ขอโทษครับพี่ ผม…คือว่า… ผม…อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ครับ…”
เจ้าหน้าที่ ที่นั่งรับสมัครอยู่นั้น ก็ชักสีหน้าทันที
Continue reading อ่านออกเขียนได้ ให้เป็นภารโรง
พักนี้ การโฆษณาสินค้า มักจะมีออกมาในรูปแบบ ที่ว่า ถ้าลูกค้า ซื้อสินค้าของทางบริษัท ในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วทางบริษัทผู้ผลิตสินค้า จะนำเงินเหล่านั้น หักออกในจำนวนเงินที่แจ้งตอนโฆษณาว่า ชิ้นละเท่าไหร่ เพื่อนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆ พร้อมกับแจ้งบ่อยๆ ว่า บริษัท ต้องการเน้นให้เกิดความร่วมมือของคนในสังคม ที่จะทำความดีร่วมกัน แต่ขอเพิ่มเติมสักนิดแล้วกัน หากมีความจริงใจและไม่หวังผลยอดขายอย่างที่ว่าด้วยแล้ว ในหนังโฆษณานั้น ขอให้มีเสียงแจ้งเพิ่มเติม หรือ ให้มีตัวหนังสือเล็กๆ ก็ยังดี และถ้าเป็นตัวหนังสือเล็กๆ ก็ไม่ได้ทำให้เสียค่าเวลาเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยแจ้งให้ผู้ชมทราบว่า “หรือ หากต้องการบริจาคโดยตรง โปรดโอนเงินเข้าบัญชีมูลนิธีโดยตรง หรือโทร …” ดูจะจริงใจมากกว่า การประกาศว่า เราตั้งใจทำเพื่อสังคมมากกว่าการโฆษณาโปรโมทสินค้า และบริษัท นะครับเห็นด้วยไหม? เพราะอย่างน้อย มูลนิธิก็จะได้รับเงินเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ได้เงินเพิ่มอยู่ดี โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินเพื่อซื้อสินค้าของท่าน คนในสังคมก็ได้ทำความดี และเกิดความร่วมมือกันของคนในสังคมด้วย ถือว่า ร่วมด้วยช่วยกันแล้วกันนะครับ

แมลงปอไฟฟ้า
เครื่องตัดหญ้าบ้านผม ไม่ได้มีเพียงแค่ 1 แต่มีถึง 2 หลายคนคงจะเคยเห็นเวลาที่จ้างคนมาตัดหญ้าที่บ้าน มักจะมีการเครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย มาตัดเล็มหญ้าให้บ้านด้วยเสมอๆ หรือพนักงานของ กทม. หรือ กรมทางหลวง ที่ใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย ตัดหญ้าในบริเวณเกาะกลางถนน บ่อยๆ เค้าเรียกเครื่องตัดหญ้าแบบนี้ว่า
แมลงปอ เพราะเวลาตัด คนสะพายต้องร่อนเครื่องไปๆ มาๆ วนไปวนมา คงเป็นด้วยอากัปกริยา แบบนี้ เลยถูกตั้งชื่อมาแบบนี้

เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า

ตัวควบคุมแมลงปอไฟฟ้า
เจ้าเครื่องตัดหญ้าแบบแมลงปอนี้ ปกติแล้ว มันจะรับประทานน้ำมันเข้าไป พร้อมกับปล่อยควัน และกลิ่นออกมาให้เราได้สูดดมกันเป็นประจำ หากเครื่องยนต์เก่าหน่อยล่ะก็ รับรองได้ว่า กลิ่นที่ได้นี่ ทำเอาปวดหัวได้ดีทีเดียว เครื่องตัดหญ้าของพ่อเครื่องนี้ เป็นเครื่องมือสอง ที่พ่อซื้อมาไว้ใช้งานอีกเครื่องหนึ่ง ด้วยความที่รอบจัด และตัดหญ้าที่ขึ้นสูงๆ ได้ดี แต่ในที่สุดเครื่องมือสองนั่น ก็ไม่ทนทานเอาเสียเลย มีอันจบวาระของมันในเวลาอันสั้น ประกอบกับ เครื่องตัดหญ้าเครื่องแรกของบ้าน เป็นเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า ยี่ห้อ อีเล็ค… ด้วยความเก่าตามวาระของมันอีกเช่นกัน โครงแตกหมดเกินจะเยียวยา แต่ยังถูกเก็บไว้ในคลังอย่างดี
เมื่อสองสิ่ง สองอย่าง มาบรรจบพบกัน พ่อก็เกิดเป็นไอเดียขึ้นมาทันที และไม่รอช้าที่จะนำมันมารวมร่างเข้าด้วยกันเกิดมาเป็นชิ้นงานใหม่อีกชิ้นหนึ่ง ให้เราได้ใช้งานกัน พ่อแยกแมลงปอออก ยกส่วนเครื่องยนต์ทิ้งไป และเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า พ่อก็แยกส่วน ตัดเอาเฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้า มาใช้งาน ที่พ่อให้มอเตอร์ไฟฟ้าจากเครื่องตัดหญ้าตัวนึ้ ก็เนื่องจากเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าแบบนี้รอบจัด และสามารถนำไปตัดหญ้าสูงๆ ได้ดีไม่แพ้เครื่องยนต์แต่อย่างใด การควบคุมเครื่อง พ่อก็ตัดเอาคันโยก จากเครื่องตัดหญ้ามาใช้อีกเช่นกัน เมื่อทั้งสองรวมร่างกันอย่างลงตัวแล้ว ก็ได้รูปแบบอย่างที่เห็นในภาพนี้นี่แหละครับ สายไฟที่ใช้ ก็มาจากสายไฟของเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้ารุ่นเก่าเก๋าของบ้านอีกเช่นกัน

หัวใจของแมลงปอไฟฟ้า

ใบมีดสำหรับแมลงปอ

ป้องกันหินกระเด็นใส่
ใบมีดตัดหญ้า ก็ใช่ว่า พ่อจะไปหาซื้อแต่อย่างใด พ่อใช้วิธีนำแผ่นเหล็กสปริง มาตัดให้ได้ขนาด และลับคมด้วยหินเจียร์ อย่างดี ทำให้ได้ใบมีดที่คมมาก และไม่ทื่อง่ายๆ หญ้าจะสูงจะยาวแค่ไหน ก็สู้ไหว เครื่องตัดหญ้าดัดแปลงแบบนี้ จะมีข้อเสีย ก็แค่ข้อเดียว คือ มีสายไฟติดสอยห้อยตามไปตลอดเวลา จะหมุนซ้าย จะหมุนขวา ก็ระวังกันนิดนึงแล้วกัน แต่ข้อดีสิ เยอะมาก ใช้งานง่าย ไม่ต้องคอยดึง กระชากๆ ให้เครื่องยนต์ติดก่อนใช้งาน ไม่มีกลิ่นรบกวน เสียก็เบากว่าแบบเครื่องยนต์มาก การบำรุงรักษาก็น้อยกว่ากันอีกด้วย และทุกวันนี้ แมลงปอไฟฟ้าเครื่องนี้ ผมก็ยังใช้งานอยู่ พ่อผม เป็นช่าง ที่มากกว่าช่าง จริงๆ ผมรักพ่อครับ