ขนมจีนหมูย่าง
ขนมจีนหมูย่าง

Thai rice noodle with roasted pork
ขนมจีนหมูย่าง

Thai rice noodle with roasted pork
ข้าวมันไก่

Rice streamed with chicken soup
‘นัสรูดิน’
ชายชาวอาหรับโบราณที่คนรุ่นหลังยังตัดสินไม่ได้ว่า เขาเป็นคนเฉลียวฉลาดหรือคนโง่กันแน่ วันหนึ่งเมื่อเพื่อนบ้านมาขอคำปรึกษาว่า “จะทำอย่างไรดีกับบ้านของตนเองที่คับแคบและมีกลิ่นอับ” นัสรูดินแนะนำว่า “ให้เอาแพะไปล่ามไว้ในบ้าน” เพื่อนบ้านก็ทำตาม แต่แล้ววันรุ่งขึ้นก็กลับมาร้องอีกว่า “ยังไม่ดีขึ้น”นัสรูดินก็แนะนำเพิ่มเติมว่า “ให้เอาลาเข้าไปเลี้ยงอีกตัว” วันถัดมาก็บอกว่า “ให้เพิ่มม้าเข้าไปอีกตัว”เพื่อนบ้านผู้เชื่อฟังก็มาร้องขอคำปรึกษาอีกว่า “ไม่ดีขึ้นเลย กลับรุนแรงกว่าเดิม” นัสรูดินก็แนะว่า “งั้นให้เอาม้าออกไป” ความรู้สึกของเพื่อนบ้านก็ค่อยๆ ดีขึ้นๆ ทีละวันๆ จนวันสุดท้ายที่เอาแพะออกไป เพื่อนบ้านก็รู้สึกว่า “บ้านของตนเองกว้างขึ้น กลิ่นอับก็ลดลง” จึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
หนึ่งทศวรรษตำหนักพระแม่กวนอิมมหาโพธิ์สัตว์อวโลกอเตศวร
ที่นี่จากเมื่อวานถึงวันนี้
- จากเขตที่รกชัฏกลายเป็นที่ที่ราบเรียบ
- จากฝุ่นผงปูนทรายกลายเป็นซีเมนต์ที่แข็งแกร่ง
- จากอิฐแต่ละก้อนกลายเป็นกำแพงที่มั่นคงมหึมา
- จากที่ว่างเปล่ากลายเป็นธรรมสถานอันศักดิ์สิทธิ์
ตำหนักพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ (อวโลกิเตศวร) ซึ่ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 4/37 ซอยสุขสันต์ 7 ถนนลาดพร้าว 53 (โชคชัย 4) อ.ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 มีความเป็นมาโดยสังเขปดังนี้
เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2526 หลังจากที่พระแม่วราภรณ์ เลิศรังษี ได้เดินทางกลับจากการไปแสวงบุญยังหน่ำไฮ้โพรวถ่อชัว ประเทศจีนแล้ว พระแม่กวนอิมได้เสด็จมารับสั่งว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างตำหนักพระแม่กวนอิมฯ ที่ถาวรแห่งใหม่เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีผู้มีบุญหลั่งไหลมานมัสการเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นที่ตำหนักเดิม (ห้วยขวาง) จะมีเนื้อที่ไม่พียงพอที่จะรับสายธารศรัทธาได้ ด้วยเหตุนั้นคณะลูกศิษย์จึงตกลงที่จะทำตามคำบัญชา โดยมีลูกศิษย์หลายท่านเสนอที่จะบริจาคที่ดินให้แต่จนแล้วจนรอดเจ้าชายอั้งไฮ้ยี้โพธิสัตว์ (พระสุธนโพธิสัตว์) ก็มีรับสั่งว่ายังไม่ใช่สถานที่เหมาะสม
ที่มาของ post นี้ก็มาจาก ความอยากกินขนมจีนน้ำยาอีกนั่นเอง แต่ขนมจีนน้ำยาปลา นี่ก็ไม่ค่อยจะถูกกับที่บ้านสักเท่าไหร่ ก็เลยมีการดัดแปลงเล็กน้อย เลยออกมาเป็นขนมจีนน้ำยาไก่ กินได้ไม่อั้น ไม่ต้องกลัวก้างด้วย แม้แต่กระดูกก็ไม่ต้องกลัว เนื่องจาก คัดมาเฉพาะสันในไก่ ล้วนๆ นั่นเอง แฟนเป็น แม่ครัวหลัก แต่ตากล้องก็ได้มาเป็นผู้ช่วยที่หนึ่ง หลักๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่คั้นกระทิ กับ ตำไก่ ให้ละเอียดเท่านั้น
ทำไมต้องกระทิคั้นเอง อันนี้ ก็เป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัว ว่า คั้นเอง มันก็จะความรู้สึกว่าเป็น กระทิคั้นสดๆ ความจริงก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก เป็นเพราะว่า จากที่เคยลองใช้กระทิกล่องๆ หรือแบบถุงๆ แล้ว พบว่า ข้นจริงแต่น่าจะข้นมาจากการผสมแป้งซะมากกว่า ก็เลยไม่ถูกใจ มันไม่หอมมันมากเท่ากระทิคั้นสด ไอ้ครั้นจะบอกให้ร้านเค้า คั้นมาให้เลย มันก็ไม่ได้ออกแรงน่ะสิ อีกทั้ง บางครั้งทางร้าน จะไม่ยอมแยกหัวกระทิ หางกระทิมาให้เรา มาคั้นเองนี่ ได้ดั่งใจเลย ซึ่งก็เป็นหน้าที่หลักของ พ่อครัวผู้ช่วย นี่เองนั่นแหละ
ตอนบ่ายๆ เสร็จงาน ก็ได้เวลาพักผ่อนบ้าง ก็เลยมีเวลาขุดเอารูปภาพเก่าๆ ที่เคยถ่ายไว้แต่ยังไม่ได้จับมาตัดแต่ง ก็ได้โอกาส ณ ตอนนี้นี่เอง ไหนๆ ก็จะลองละ ก็ขอลองโปรแกรม lightroom ดูบ้าง ไม่เคยได้ลองใช้เลย ใช้แต่ CS3 มาตลอด ก็ลองดูซะหน่อยแล้ว กัน แต่พอได้ลองแล้ว ก็ติดอกติดใจไม่ใช่น้อย ด้วยความที่มันสะดวกในการปรับแต่งแสง มิน่าเล่า ใครๆ ที่เคยใช้ ก็แนะนำกันมาเรื่อยๆ ทั้งนี้ ถ้าถ่ายภาพเป็น RAW format ก็น่าจะปรับแต่งได้ดั่งใจกว่านี้แน่ๆ แต่ รอบนี้ ถ่ายด้วย แสงข้างหน้าต่าง ส่วนภาพเบื้องหลัง แล้วก็ขั้นตอนนี่ เดี๋ยวค่อยแยกเป็น photo technic ก็แล้วกัน ดีกว่า จะได้เป็นเรื่องๆ ไป
ว่าแล้วก็ชมภาพกันดีกว่าครับ อาจจะไม่สวยอะไรมากมาย อาจจะเอาไปใช้งาน printing ไม่ได้ แต่มันก็เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งได้เหมือนกัน อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า แสงจากหน้าต่างนี่ ทำให้ถ่ายภาพออกมาได้สวยไม่น้อยเลยทีเดียว อย่ามองข้ามเป็นอันขาด